Bitcoin ทะลุ 80,000 ดอลลาร์ ขณะที่กระแสเงินไหลเข้ากองทุน ETF สปอตพุ่ง และการซื้อคืนของกระทรวงการคลังช่วยหนุนความต้องการความเสี่ยง
บิตคอยน์ทะลุ 80,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม โดยได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นรายสัปดาห์อย่างรวดเร็ว 20%–25% และทำจุดสูงสุดระหว่างวันใกล้ 81,272 ดอลลาร์ การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่เด้งกลับจากระดับราว 58,000 ดอลลาร์ (≈38%) และรายงานล่าสุดย้ำว่าแรงขับเคลื่อนมาจากทั้งสภาพคล่องระดับมหภาคและแรงต้องการจากกระแสเงินทุน (flow demand) ไม่ใช่แค่การเก็งกำไร
ด้านกระแสเงินทุน กองทุน ETF บิตคอยน์สปอตของสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้า/สุทธิราว 1.92 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 21–22 สิงหาคม โดยยอดไหลเข้าเฉลี่ยต่อวันแตะประมาณ 606 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 20 สิงหาคม และมีการอ้างถึง IBIT ของ BlackRock ว่าเป็นผู้สนับสนุนสำคัญ
ด้านการถือครอง บทความชี้ให้เห็นการยกเลิกสัญญาณฝั่งขาลงและการทำเฮดจ์อย่างรวดเร็วหลังการเทขายในเดือนมิถุนายน เมื่อราคาพุ่งแรงขึ้น การชำระบัญชี (liquidations) ถูกระบุว่าได้กระตุ้นให้เกิด short-squeeze แบบเป็นทอดๆ ซึ่งเพิ่มแรงซื้อแบบบังคับ
แรงหนุนจากมหภาคเชื่อมโยงกับแผนของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่จะเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตร (bond buybacks) เกือบสองเท่าเป็นราว 4 พันล้านดอลลาร์ต่อเซสชัน เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน ซึ่งอาจกดดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและทำให้ดอลลาร์อ่อนค่า—เงื่อนไขที่โดยประวัติศาสตร์มักสนับสนุนบิตคอยน์และสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ
เทรดเดอร์ควรจับตาการย่อตัว/สะสมตัวในกรอบ 75,000–83,000 ดอลลาร์ หากกระแสเงินไหลเข้า ETF ยังแข็งแกร่ง นักวิเคราะห์มองเป้าหมายขาขึ้นใกล้ 100,000 ดอลลาร์ ความเสี่ยงสำคัญคือ หากดีมานด์ที่ขับเคลื่อนด้วยสภาพคล่องเริ่มลดลง ขณะที่ตลาดบางลงเหนือ 80,000 ดอลลาร์ กลไก short-squeeze เดิมอาจกลับตัวและนำไปสู่การปรับฐานได้
Bullish
การเคลื่อนไหวของ Bitcoin ที่ทะลุระดับ 80,000 ดอลลาร์ถูกหนุนด้วยแรงซื้ออย่างต่อเนื่องในสปอต ETF (ประมาณ 1.92 พันล้านดอลลาร์ของกระแสเงินสุทธิรายสัปดาห์ โดยรวมราว 606 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 20 สิงหาคม) รวมถึงการปรับพอร์ต/การคลี่คลายสถานะที่อาจเพิ่มแรงบวกขึ้นไปแบบกลไกผ่านการชำระบัญชีสถานะ Short ที่ถูกบังคับ (“short squeeze”) นอกจากนี้ การที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ วางแผนเร่งการซื้อคืนพันธบัตรไปช่วงต้นเดือนกันยายน ถูกมองว่าเป็นปัจจัยบวกเชิงมหภาคผ่านผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงและค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนลง อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าอย่ามองว่าสัปดาห์ที่แข็งแรงเพียงสัปดาห์เดียวเป็นการยืนยันขาขึ้นอย่างสมบูรณ์ เพราะการย่อยราคาในช่วง 75,000–83,000 ดอลลาร์ และความเสี่ยงที่สภาพคล่องจะบางลงเหนือ 80,000 ดอลลาร์ หมายความว่าการรีบาวด์อาจยืดต่อได้หากกระแสเงินไหลเข้ามีอยู่ต่อ หรืออาจย่อตัวกลับอย่างรวดเร็วหากดีมานด์ลดลง