Bitcoin อาจปรับขึ้นหากทะลุแนวต้านที่ 80,300 ดอลลาร์

Bitcoin อาจกำลังเข้าใกล้การฟื้นตัวที่เป็นไปได้ แต่การเคลื่อนไหวนี้ขึ้นอยู่กับการทะลุแนวต้านสำคัญ ขณะที่นักลงทุนประเมินความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนของตลาดสหรัฐฯ บทความระบุว่าราคาน้ำมัน ผลตอบแทนพันธบัตร และดัชนีดอลลาร์สหรัฐอาจอยู่ใกล้จุดสูงสุดเฉพาะช่วง ขณะที่ความกลัวในระดับรุนแรงอาจสร้างเงื่อนไขให้สินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัวสวนทางแนวโน้ม เมื่อไม่นานมานี้ Bitcoin ก่อตัวเป็นสิ่งที่บทความเรียกว่า ‘ช่องขาลง’ และกำลังเกิดแรงดีดตัวใกล้ขอบล่างของช่อง การปรับขึ้นเหนือ 80,300 ดอลลาร์จะเป็นบททดสอบสำคัญด่านแรก ส่วน 81,300 ดอลลาร์และ 82,780 ดอลลาร์เป็นแนวต้านถัดไป หากทะลุขึ้นไปได้อย่างต่อเนื่อง ก็อาจเปิดทางไปสู่ 90,000 ดอลลาร์ แต่ผลลัพธ์ดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน หาก Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่าช่องหรือรูปแบบลิ่ม ระดับ 75,600 ดอลลาร์ถูกระบุเป็นแนวรับ หากยืนเหนือระดับนี้ไม่อยู่ ก็อาจเผชิญแรงกดดันบริเวณ 70,000 ดอลลาร์ บทความยังระบุด้วยว่า Stochastic RSI หันลงหลังอยู่ต่ำกว่าระดับ 80 ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าอ่อนแรงลงต่อ แม้สัญญาณนี้อาจกลับทิศได้หากผู้ซื้อกลับเข้ามา ทั้งหมดนี้เป็นสถานการณ์ทางเทคนิค ไม่ใช่พัฒนาการของตลาดที่ได้รับการยืนยันแล้ว นักเทรดยังจับตาความขัดแย้งกับอิหร่าน ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ และบรรยากาศโดยรวมในตลาดหุ้น ซึ่งล้วนส่งผลต่อทิศทางระยะใกล้ของ Bitcoin ได้
Neutral
บทความนำเสนอรูปแบบทางเทคนิคที่อาจเป็นสัญญาณขาขึ้นสำหรับ Bitcoin แต่ไม่ได้รายงานว่ามีการทะลุแนวต้านที่ยืนยันแล้ว การเปลี่ยนแปลงนโยบาย หรือเหตุการณ์สำคัญในตลาด ราคายังคงอยู่ต่ำกว่าแนวต้านที่ระบุไว้ที่ 80,300 ดอลลาร์ และ Stochastic RSI เริ่มปรับตัวลง จึงยังมีโอกาสอ่อนตัวต่อไปได้ ดังนั้น ระดับ 75,600 และ 70,000 ดอลลาร์จึงเป็นจุดอ้างอิงสำคัญสำหรับความเสี่ยงขาลง ขณะที่การทะลุขึ้นเหนือ 80,300 ดอลลาร์ แล้วผ่านแนวต้านที่สูงขึ้นไปได้ จะช่วยเสริมมุมมองเรื่องการฟื้นตัว ในระยะสั้น เทรดเดอร์อาจตอบสนองต่อระดับราคาเหล่านี้และการเปลี่ยนแปลงของความต้องการรับความเสี่ยง พัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเลือกตั้งสหรัฐฯ และความเคลื่อนไหวของหุ้น น้ำมัน ผลตอบแทนพันธบัตร และดอลลาร์ ล้วนส่งผลต่อความต้องการ Bitcoin ได้ ในบางครั้ง ช่วงที่ตลาดหวาดกลัวอย่างรุนแรงในลักษณะเดียวกันเคยเกิดขึ้นก่อนการปรับขึ้นสวนแนวโน้มอย่างรวดเร็ว แต่ความเชื่อมั่นเชิงลบเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าราคาจะถึงจุดต่ำสุด หากทดสอบแนวต้านไม่สำเร็จ ก็อาจเกิดแรงขายระลอกใหม่และความผันผวนเพิ่มขึ้นแทน ในระยะยาว บทความไม่ได้ให้ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการยอมรับ Bitcoin การกำกับดูแล หรือปัจจัยพื้นฐานต่าง ๆ ดังนั้น แนวโน้มที่นำเสนอจึงเป็นแบบมีเงื่อนไขและอิงรูปแบบกราฟเป็นหลัก จนกว่าราคาจะยืนยันการทะลุแนวต้านหรือหลุดแนวรับสำคัญ การประเมินที่สมดุลที่สุดคือเป็นกลาง ไม่ได้เอนเอียงไปทางขาขึ้นหรือขาลงอย่างชัดเจน