บิตคอยน์ร่วง ข้อมูล PCE กดดันสินทรัพย์เสี่ยง
Bitcoin ร่วงลง 1.5% ขณะที่ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ และสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ อ่อนตัวลง หลังอัตราเงินเฟ้อที่วัดจากดัชนีรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ออกมาสูง แต่ยังเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ดัชนี S&P 500 ลดลงมากกว่า 0.5% ขณะที่ทองคำและเงินก็ปรับตัวลงเช่นกัน Bitcoin กำลังซื้อขายอยู่ในกรอบขาลง แต่จนถึงตอนนี้ยังทรงตัวได้ค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับตลาดอื่น ๆ
บทความระบุว่า 79,500 ดอลลาร์เป็นแนวรับระยะใกล้ ซึ่งเป็นระดับที่ Bitcoin เพิ่งดีดตัวขึ้นมา ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย 50 วันอยู่เหนือราคาและทำหน้าที่เป็นแนวต้าน การทะลุขึ้นเหนือระดับดังกล่าวอาจช่วยให้การปรับขึ้นกลับมาดำเนินต่อได้ บนกราฟรายสัปดาห์ บทความกล่าวถึงรูปแบบธงขาขึ้นที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งอาจชี้ถึงการเคลื่อนไหวไปยังระดับ 90,000 ดอลลาร์หากราคาทะลุขึ้นด้านบน อย่างไรก็ตาม รูปแบบนี้อาจใช้ไม่ได้หากราคาปรับลงลึกเกินไปภายในกรอบดังกล่าว ขณะนี้ทิศทางของ Bitcoin ขึ้นอยู่กับว่าแนวรับจะยืนอยู่ได้หรือไม่ และตลาดโดยรวมจะฟื้นตัวหรือไม่
Bearish
สัญญาณระยะใกล้เป็นขาลง เนื่องจากบิตคอยน์ปรับตัวลงพร้อมกับหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ ขณะที่กราฟยังคงอยู่ในช่องราคาขาลง การลดลงรายวันที่รายงานไว้ 1.5% และการทดสอบบริเวณ 79,500 ดอลลาร์ซ้ำหลายครั้ง อาจทำให้นักลงทุนระยะสั้นลดการถือครองหรือวางคำสั่งหยุดขาดทุนไว้ใต้แนวรับ หากราคาหลุดระดับดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง แรงขายอาจทวีความรุนแรงขึ้น โดยเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันเป็นแนวต้านสำคัญที่อยู่ใกล้ที่สุดซึ่งฝั่งซื้อจำเป็นต้องกลับขึ้นไปยืนให้ได้
ตัวเลข PCE อยู่ในระดับสูงแต่ตรงกับที่ตลาดคาดไว้ จึงไม่ได้เป็นเรื่องน่าประหลาดใจด้านเงินเฟ้อครั้งใหญ่ด้วยตัวมันเอง ปฏิกิริยาของตลาดดูเหมือนจะเชื่อมโยงกับภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในวงกว้าง รวมถึงความกังวลเรื่องอัตราดอกเบี้ยและแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาค ในเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกัน บิตคอยน์มักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับหุ้นในระยะสั้น โดยนักลงทุนตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราผลตอบแทน ค่าเงินดอลลาร์ และคาดการณ์เกี่ยวกับนโยบายการเงิน
แนวโน้มไม่ได้เป็นลบอย่างชัดเจน หากระดับ 79,500 ดอลลาร์ยังยืนอยู่ได้และตลาดโดยรวมฟื้นตัว บิตคอยน์ก็อาจดีดกลับ บทความยังกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดรูปแบบธงขาขึ้นในกราฟรายสัปดาห์ ซึ่งหากยืนยันการทะลุขึ้นได้ ก็อาจเปิดทางไปสู่ระดับ 90,000 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้ยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไข กล่าวคือราคาต้องผ่านแนวต้านให้ได้ และรูปแบบดังกล่าวก็อาจไม่เป็นไปตามคาด ในระยะยาว รายงานฉบับนี้เพียงฉบับเดียวไม่น่าจะเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาด นักลงทุนจะจับตาข้อมูลเงินเฟ้อครั้งต่อไป ภาวะเศรษฐกิจมหภาค และความสามารถของบิตคอยน์ในการสร้างกรอบการซื้อขายที่สูงขึ้นด้วย