BitGo ลดพนักงานเกือบ 15% ขณะที่ขยายโฟกัสด้าน AI และสเต이블คอยน์
BitGo บริษัทโครงสร้างพื้นฐานด้านคริปโตกำลังปรับลดกำลังคนเกือบ 15% และย้ายทรัพยากรไปยังสเตเบิลคอยน์ การเทรด ความปลอดภัย และบริการชำระราคา/การตั้งถิ่นฐาน (settlement) พร้อมทั้งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซีอีโอ Mike Belshe ระบุว่าการเลิกจ้างเป็น “การดำเนินการครั้งเดียว” และกล่าวว่าจะไม่คาดว่าจะมีการปรับลดเพิ่มเติม
บริษัทอธิบายว่าการปรับลดพนักงานของ BitGo เป็นการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งในด้านการเงินแบบดั้งเดิมและในวงการคริปโต พนักงานที่ได้รับผลกระทบจะได้รับการแจ้งจากผู้จัดการและฝ่ายบุคลีก่อนที่จะมีประกาศต่อสาธารณะ และฝ่ายบริหารได้ขอให้พนักงานที่เหลือสื่อสารกันอย่างใกล้ชิดระหว่างการปรับโครงสร้าง
การเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับแนวโน้มการควบคุมต้นทุนที่พบได้ทั่วไปในทั้งวงการเทคโนโลยีและคริปโต ซึ่งผู้บริหารมักอ้างถึงสภาวะตลาดที่อ่อนแอลงและเครื่องมือ AI เพื่อทำให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพและทีมเล็กลง บทความยังอ้างถึงการลดจำนวนพนักงานที่ใกล้เคียงกันที่ Coinbase (ราว 14% ในเดือนพฤษภาคม) และ Gemini (ประมาณ 30% ในเดือนมีนาคม) รวมถึง Crypto.com (ราว 12%)
สำหรับผู้เทรด สาระสำคัญคือ การปรับลดกำลังคนของ BitGo สะท้อนถึงการปรับโครงสร้างอย่างต่อเนื่องในโครงสร้างพื้นฐานของคริปโต การให้ความสำคัญกับสเตเบิลคอยน์และ settlement อย่างต่อเนื่องบ่งชี้ว่าแนวโน้มระยะยาวอาจยังคงอยู่กับสภาพคล่องบนเชน (on-chain liquidity) และโครงข่าย/เรลส์สำหรับการชำระเงินเป็นธีมหลัก
Neutral
ข่าวนี้มีแนวโน้มว่าจะไม่ทำให้โทเค็นใดโทเค็นหนึ่งขยับโดยตรง เพราะ BitGo เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน และประกาศครั้งนี้เน้นไปที่ต้นทุนภายในและการปรับสรรพทรัพยากรเป็นหลัก ในระยะสั้น หัวข้อเรื่องการเลย์ออฟและการปรับโครงสร้างอาจทำให้บรรยากาศในเชิง “หลีกเลี่ยงความเสี่ยง” อ่อน ๆ เกิดขึ้นกับทั้งอุตสาหกรรมได้ โดยเฉพาะเมื่อดูคล้ายกับการตัดลดต้นทุนอื่น ๆ ในปี 2026
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองบทความชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเป็น “ครั้งเดียว” และ BitGo กำลังเร่งเดินหน้าทุ่มเทให้กับ stablecoins, การเทรด, ความปลอดภัย, การชำระบัญชี (settlement) และโครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทิศทางนี้บ่งชี้ว่าบริษัทกำลังปรับให้เหมาะกับพื้นที่ที่คาดว่าจะมีความต้องการในอนาคต (โครงข่ายสภาพคล่อง/การชำระเงินบนเชน) ซึ่งอาจช่วยชดเชยผลกระทบด้านลบทางอารมณ์เมื่อเวลาผ่านไป
โดยรวมแล้ว ผลต่อเสถียรภาพของตลาดสำหรับคริปโตเคอร์เรนซีแต่ละตัวนั้นเป็นผลทางอ้อมมากกว่าทิศทางโดยตรง ดังนั้นผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจึงเป็นกลาง