Dogecoin ฟื้นตัว แต่ความต้องการที่อ่อนแอและแนวต้านยังคงกดดัน

Dogecoin (DOGE) ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดระหว่างวันที่ใกล้ 0.080 ดอลลาร์ขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 0.084 ดอลลาร์ในวันอังคาร จากนั้นซื้อขายใกล้ 0.077 ดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี หลังจากการฟื้นตัวต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ราคาล่าสุดอยู่เหนือ EMA 50 ช่วงบนกราฟสี่ชั่วโมง ซึ่งอยู่ใกล้ 0.0762 ดอลลาร์ แต่เผชิญแนวต้านจากเส้นแนวโน้มขาลงบริเวณ 0.0786 ดอลลาร์ หากทะลุขึ้นไปและยืนได้อย่างต่อเนื่อง ระดับ 0.0806 ดอลลาร์อาจเป็นเป้าหมายถัดไป แต่หากร่วงต่ำกว่า EMA ก็อาจทดสอบแนวรับใกล้ 0.0723 และ 0.0677 ดอลลาร์ สัญญาณด้านอุปสงค์ยังคงอ่อนแอ มูลค่าสถานะคงค้างของฟิวเจอร์ส DOGE ลดลงเหลือ 1.06 พันล้านดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี จาก 1.18 พันล้านดอลลาร์ในวันจันทร์ และ ETF ที่เน้น Dogecoin ไม่มีเงินไหลเข้าใหม่ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า ETF มีเงินไหลออกสุทธิ 399,460 ดอลลาร์ในวันจันทร์ การลดลงของสถานะคงค้างอาจสะท้อนการลดเลเวอเรจหรือการปิดสถานะขายชอร์ต มากกว่าจะเป็นการกลับมาของผู้ซื้ออย่างชัดเจน กระเป๋าขนาดใหญ่ที่ถือ DOGE มากกว่า 100 ล้านเหรียญควบคุมอุปทานหมุนเวียน 69.74% ลดลงจาก 70.02% เมื่อวันที่ 1 กันยายน แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ยืนยันว่าเหรียญถูกขายออกไป ตัวชี้วัดระยะสั้นปรับดีขึ้น โดย RSI สี่ชั่วโมงอยู่ใกล้ 58 และ MACD เป็นบวกเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม DOGE ยังคงอยู่ต่ำกว่า EMA 50 วันและ 200 วันที่ 0.0876 และ 0.0923 ดอลลาร์ตามลำดับ ขณะที่ RSI รายวันที่ก่อนหน้านี้อยู่ใกล้ 39 และ MACD ติดลบสะท้อนโมเมนตัมที่อ่อนแอ นักเทรดกำลังจับตาว่า DOGE จะผ่าน 0.0786 ดอลลาร์และรักษาแรงซื้อไว้ได้หรือไม่ หากทำไม่ได้ แนวรับด้านล่างจะยังเป็นจุดสนใจ
Bearish
ภาพรวมราคาและอุปสงค์ยังคงระมัดระวัง แม้จะมีการฟื้นตัวในระยะสั้น DOGE ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดก่อนหน้า และค่า RSI กับ MACD ในกรอบเวลาสี่ชั่วโมงปรับดีขึ้น ซึ่งอาจกระตุ้นผู้ซื้อระยะสั้นได้ หากราคาทะลุ 0.0786 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวครั้งนี้ยังไม่ดึงดูดผู้เข้าร่วมรายใหม่อย่างชัดเจน: มูลค่าสัญญาฟิวเจอร์สที่ยังเปิดอยู่ลดลง ไม่มีเงินไหลเข้า ETF และ DOGE ยังคงอยู่ต่ำกว่าเส้น EMA 50 วันและ 200 วัน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การฟื้นตัวเสี่ยงต่อแรงขายทำกำไรหรือการกลับมาขายอีกครั้ง โดยมีแนวรับใกล้ที่ 0.0723 และ 0.0677 ดอลลาร์ ในระยะยาว จำเป็นต้องมีอุปสงค์จาก ETF อย่างต่อเนื่องและราคาขยับขึ้นเหนือค่าเฉลี่ยรายวันสำคัญ จึงจะช่วยให้แนวโน้มดีขึ้น การที่สัดส่วนการถือครองอุปทานของวาฬลดลงเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่ามีการขาย และไม่ใช่สัญญาณบอกทิศทางที่เชื่อถือได้ โดยรวมแล้ว ตัวชี้วัดสนับสนุนการจัดประเภทเป็นขาลง แม้การทะลุแนวต้านที่ได้รับการยืนยันอาจช่วยให้ความเชื่อมั่นระยะสั้นดีขึ้น