การเปิดตัวบริการโทเค็นไนเซชันของ DTCC สร้างขึ้นบนบล็อกเชนแบบโอเพนซอร์ส

The Depository Trust & Clearing Corporation (DTCC) เปิดตัวบริการโทเคนไนเซชัน (DTS) ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญในการนำโทเคนไนเซชันเข้าสู่ตลาดการเงินของสหรัฐฯ บริการนี้ใช้ Hyperledger Besu สำหรับ Collateral AppChain และเครือข่ายบล็อกเชนส่วนตัว อีกทั้งยังรองรับเครือข่ายบล็อกเชนอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกันและเพิ่มทางเลือก Daniela Barbosa จาก LF Decentralized Trust ของ Linux Foundation กล่าวว่า การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือที่ดำเนินมานานกว่าทศวรรษระหว่าง DTCC กับชุมชนบล็อกเชนโอเพนซอร์ส DTCC เป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งระดับ Premier ของ Hyperledger ในปี 2016 และมีส่วนร่วมในการพัฒนาด้านเทคนิคและการกำกับดูแลชุมชน ส่วน Besu ซึ่งเป็นไคลเอนต์ที่เข้ากันได้กับ Ethereum ได้เข้าร่วม Hyperledger ในปี 2019 ภายใต้การกำกับดูแลโอเพนซอร์สที่เป็นกลาง บทความกล่าวถึงประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีโอเพนซอร์สต่อโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน เช่น ความโปร่งใส ความเป็นกลางต่อผู้ให้บริการ ความปลอดภัย และความยืดหยุ่น รายงานที่ LF Decentralized Trust อ้างถึงระบุว่ามีแพลตฟอร์ม 80 แห่งที่ใช้เทคโนโลยีขององค์กร ซึ่งเริ่มใช้งานจริงแล้วหรือมีแนวทางการนำไปใช้ที่ชัดเจนในธนาคารกลาง ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ และสถาบันการเงิน การเปิดตัว DTS บ่งชี้ว่าสถาบันต่าง ๆ กำลังนำบล็อกเชนมาใช้มากขึ้น แต่บทความไม่ได้ระบุปริมาณธุรกรรมหรือผลกระทบโดยทันทีต่อตลาดคริปโทเคอร์เรนซี
Neutral
การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นพัฒนาการสำคัญต่อการนำบล็อกเชนมาใช้ในภาคสถาบัน แต่ในระยะสั้น ผลกระทบโดยตรงต่อการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีน่าจะมีจำกัด DTS มุ่งเน้นการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนภายในโครงสร้างพื้นฐานของตลาดการเงินสหรัฐฯ และบทความไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสินทรัพย์ที่จะนำมาแปลงเป็นโทเคน ปริมาณธุรกรรม หรือการเพิ่มขึ้นโดยตรงของความต้องการโทเคนบนบล็อกเชนสาธารณะ Besu เป็นไคลเอนต์ที่รองรับ Ethereum แต่การนำไปใช้บนเครือข่ายส่วนตัวไม่ได้ทำให้เกิดแรงซื้อ ETH โดยอัตโนมัติ เทรดเดอร์อาจมองการเปิดตัวนี้เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อประโยชน์ใช้สอยระยะยาวของบล็อกเชน โดยเฉพาะด้านหลักประกันที่แปลงเป็นโทเคน การทำงานร่วมกันระหว่างระบบ และโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ประกาศลักษณะเดียวกันจากธนาคารและผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานตลาดมักช่วยสนับสนุนกระแสการยอมรับบล็อกเชนในวงกว้าง แต่โดยลำพังแล้วมักไม่ทำให้ตลาดเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ในระยะสั้น แนวโน้มราคาน่าจะขึ้นอยู่กับปัจจัยชี้วัดที่กว้างกว่า เช่น สภาพคล่อง ภาวะเศรษฐกิจมหภาค และกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ตลาดคริปโทเคอร์เรนซี ในระยะยาว การนำไปใช้งานได้สำเร็จและการใช้สินทรัพย์ที่แปลงเป็นโทเคนอย่างเป็นรูปธรรมอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ให้บริการบล็อกเชนและเสริมสร้างความเชื่อมั่นของสถาบัน แต่ศักยภาพดังกล่าวแตกต่างจากการเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ราคาคริปโทเคอร์เรนซีปรับขึ้นทันที