เฟดคงอัตราดอกเบี้ย ขณะเงินเฟ้อกลับมาพุ่งขึ้น ทำให้ความเสี่ยงที่จะขึ้นดอกเบี้ยยังคงอยู่

ธนาคารกลางสหรัฐคงกรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยกองทุนเฟดไว้ที่ 3.75%–4% ด้วยคะแนนเสียง 10 ต่อ 2 โดยระบุว่าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจว่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีกหรือไม่ การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนกันยายน ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เพิ่มขึ้น 0.5% จาก 0.3% ในเดือนสิงหาคม บทความระบุว่าการใช้จ่ายในรูปตัวเงินที่แข็งแกร่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจอาจยังร้อนแรงเกินไปจนไม่เอื้อต่อเสถียรภาพด้านราคา ซึ่งยิ่งสนับสนุนเหตุผลในการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง การประชุมครั้งถัดไปของเฟดจะมีขึ้นในเดือนธันวาคม ซึ่งผู้กำหนดนโยบายจะมีข้อมูลเพิ่มเติม สำหรับเทรดเดอร์ ตัวเลขเหล่านี้ทำให้เงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และแนวโน้มการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา
Bearish
บทความชี้ว่าเงินเฟ้อสูงกว่าที่คาด และให้เหตุผลว่าการใช้จ่ายในรูปตัวเงินที่แข็งแกร่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยลบต่อคริปโทเคอร์เรนซี เพราะความคาดหวังว่าอัตราดอกเบี้ยจะสูงขึ้นหรือนโยบายจะเข้มงวดขึ้นอาจดันผลตอบแทนพันธบัตรให้สูงขึ้น หนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และลดความต้องการสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่อความเสี่ยง เช่น บิตคอยน์และคริปโทเคอร์เรนซีอื่น ๆ ในระยะสั้น เทรดเดอร์อาจตอบสนองต่อข้อมูลเงินเฟ้อด้วยการปรับการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย ซึ่งเพิ่มความผันผวนในตลาดคริปโท อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังไม่ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และบทความนำเสนอเหตุผลสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย ไม่ใช่การยืนยันว่ามีการตัดสินใจด้านนโยบายแล้ว ดังนั้น การประชุมในเดือนธันวาคมและข้อมูลเงินเฟ้อกับการใช้จ่ายที่จะประกาศต่อจากนี้จึงมีความสำคัญ ในระยะยาว เงินเฟ้อที่ยืดเยื้อและภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้นอาจกดดันมูลค่าของคริปโทเคอร์เรนซี ขณะที่สัญญาณว่าเงินเฟ้อชะลอลงหรือธนาคารกลางสหรัฐฯ มีท่าทีผ่อนคลายขึ้นอาจช่วยบรรเทาแรงกดดันดังกล่าว ผลกระทบต่อตลาดยังไม่แน่นอน และยังขึ้นอยู่กับสภาพคล่อง การวางสถานะลงทุน และทัศนคติโดยรวมต่อความเสี่ยงด้วย