alltrending-24htrending-weektrending-monthtrending-year

ข่าวคริปโตเคอร์เรนซี

ตลาดบิตคอยน์ปรับตัวลง ขณะที่แรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีเพิ่มความผันผวน

บิตคอยน์และคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่อื่น ๆ ปรับตัวลดลงเล็กน้อย ขณะที่นักลงทุนประเมินภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ที่ยังทรงตัวในระดับสูงและการเทขายอย่างหนักในกลุ่มเทคโนโลยี จากข้อมูลตลาดที่รายงาน บิตคอยน์และอีเธอเรียมลดลงอย่างละ 0.8% ส่วนไลต์คอยน์ลดลง 2.7% และ XRP ลดลง 0.1% เงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนในเดือนกันยายน ตรงกับที่คาดการณ์ไว้ แต่เร่งตัวขึ้นจาก 3.4% ในเดือนสิงหาคม ดัชนีความผันผวน Cboe (VIX) พุ่งขึ้นชั่วคราวราว 30% ทะลุระดับ 21 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 เดือน ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีเผชิญแรงกดดัน ตลอดทั้งสัปดาห์ Nasdaq ลดลง 4.48% และ S&P 500 ลดลง 1.95% ส่วน Dow เพิ่มขึ้น 0.67% ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐฯ ยังรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ด้วย ข้อมูลตลาดชี้ให้เห็นว่าภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคสำหรับการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซียังคงเป็นไปอย่างระมัดระวัง เงินเฟ้อและความผันผวนของตลาดหุ้นอาจทำให้เทรดเดอร์ลดความเสี่ยง แม้ว่าการเคลื่อนไหวของบิตคอยน์และโทเคนอื่น ๆ ที่รายงานจะค่อนข้างจำกัดก็ตาม
Neutral
BitcoinCrypto marketUS inflationMarket volatilityTech stocks

ข้อพิพาทเรื่องสิทธิบัตรของ NEAR Intents มุ่งเน้นไปที่ช่วงเวลาการจดสิทธิบัตรของ DFINITY

Haseeb Qureshi พาร์ตเนอร์ของ Dragonfly โต้แย้งข้อกล่าวหาของ Dominic Williams ผู้ก่อตั้ง DFINITY ที่ว่า NEAR Intents ใช้เทคโนโลยีการลงนาม ECDSA แบบ Threshold ของ DFINITY โดยไม่ได้รับอนุญาต Qureshi ระบุว่าสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องเพิ่งได้รับอนุมัติในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม และ NEAR Intents เปลี่ยนอัลกอริทึมในเดือนกันยายน จึงมีช่วงเวลาราวหนึ่งเดือนระหว่างการอนุมัติสิทธิบัตรกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว นอกจากนี้ เขายังตั้งข้อสังเกตว่าอัลกอริทึมนี้เผยแพร่ครั้งแรกในบทความวิชาการภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY ซึ่ง NEAR อ้างอิงในการนำไปใช้งาน ข้อพิพาทนี้เกี่ยวข้องกับช่วงเวลาการได้รับสิทธิบัตร เหตุผลในการใช้เทคโนโลยี และการนำไปใช้งานของ NEAR เข้าข่ายละเมิดสิทธิบัตรหรือไม่ ทั้งหมดเป็นคำกล่าวต่อสาธารณะของคู่กรณี และยังไม่มีรายงานผลวินิจฉัยโดยอิสระว่ามีการละเมิด
Neutral
NEAR IntentsDFINITYPatent disputeThreshold ECDSACrypto technology

การปลดล็อกโทเคนรายสัปดาห์: FF ปลดล็อกโทเคน 210 ล้านโทเคน

การปลดล็อกโทเคนในสัปดาห์นี้ประกอบด้วย Falcon Finance (FF), Collector (CARDS), Kamino (KMNO) และ EigenLayer (EIGEN) ซึ่งครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐาน DeFi ของสะสม การบริหารสภาพคล่อง และการรีสเตก Ethereum ตามบทความ การปลดล็อกที่มีมูลค่ามากที่สุดที่มีการรายงานเป็นของ Falcon Finance จำนวน 210 ล้านโทเคน FF คิดเป็นมูลค่าประมาณ 20.68 ล้านดอลลาร์ และมากกว่า 6% ของอุปทานหมุนเวียน Kamino มีกำหนดปลดล็อก 230 ล้านโทเคน KMNO มูลค่าประมาณ 9.34 ล้านดอลลาร์ ส่วน EigenLayer จะปล่อย 36.81 ล้านโทเคน EIGEN มูลค่าประมาณ 7.62 ล้านดอลลาร์ บทความไม่ได้ระบุจำนวนโทเคนหรือมูลค่าของการปลดล็อก CARDS ของ Collector การปลดล็อกตามกำหนดเหล่านี้อาจเพิ่มอุปทานที่สามารถซื้อขายได้ แต่รายงานไม่ได้ระบุว่าโทเคนที่ปลดล็อกแล้วจะถูกขายมากน้อยเพียงใด
Neutral
Token unlocksFalcon FinanceDeFiRestakingSupply pressure

มองการปรับฐานของหุ้นเซมิคอนดักเตอร์เป็นโอกาสในการเข้าซื้อ

Nova Capital เห็นว่าการปรับตัวลงล่าสุดของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์รุนแรงเกินไป และอาจเป็นจังหวะเข้าลงทุนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนในกองทุน ETF iShares Semiconductor (SOXX) บทความชี้ถึงการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่ง อัตรากำไรสุทธิในอนาคตที่คาดการณ์ไว้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมูลค่าหุ้นของกลุ่มที่ต่ำกว่า S&P 500 แม้คาดว่าจะเติบโตได้มากกว่า บทความเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับวิกฤตหุ้นเทคโนโลยีปี 2001 พร้อมระบุว่าบริษัทไฮเปอร์สเกลเลอร์ยังคงสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้อย่างแข็งแกร่ง และยังคงแผนการใช้จ่ายที่ทะเยอทะยาน การคาดการณ์ของ Goldman Sachs และ S&P Global ชี้ว่าการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของบริษัทเหล่านี้อาจเข้าใกล้ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2027 และปีต่อ ๆ ไป ผู้เขียนมองว่าการปรับตัวลงเข้าใกล้ระดับสำคัญของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันอาจเป็นโอกาสซื้อในระยะยาว ความเสี่ยงหลักคือการที่ลูกค้ายกเลิกหรือลดงบประมาณอย่างกะทันหัน ดังนั้น มุมมองที่ว่าการปรับตัวลงของหุ้นเซมิคอนดักเตอร์เป็นโอกาสจึงขึ้นอยู่กับการเติบโตของกำไรที่ดำเนินต่อไปและการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งยังคงอยู่ในระดับสูง.
Neutral
SemiconductorsSOXXAI infrastructureHyperscaler capital expenditureMarket valuation

JUST เพิ่มรายได้จาก GasFree และเงิน 20.34 ล้านดอลลาร์ในการซื้อคืน JST

JUST ได้ยกระดับโครงการซื้อคืนและเผา JST โดยเพิ่มรายได้จาก GasFree เข้ามาเป็นแหล่งเงินทุน นอกเหนือจาก JustLend และ USDD โปรโตคอลระบุว่าจะรักษาเงินสำรองในคลังไว้ที่ 50 ล้านดอลลาร์ และนำเงินส่วนที่เกินจากระดับดังกล่าวไปใช้ซื้อคืน โดยมีแผนนำเงินทุนส่วนเกินก้อนแรก 20.34 ล้านดอลลาร์ไปใช้ในสี่รอบ เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2026 กลไกซื้อคืน JST จะดำเนินการซื้ออย่างต่อเนื่องในตลาดเปิด และเผาโทเคนเป็นระยะ JUST DAO จะดูแลการดำเนินงาน โดยสามารถตรวจสอบธุรกรรมบนบล็อกเชนได้ ตามรายงาน GasFree ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ชำระค่าธรรมเนียมการโอนด้วยโทเคนที่ตนกำลังส่ง ได้ประมวลผลการโอนสเตเบิลคอยน์มูลค่ารวมกว่า 157,100 ล้านดอลลาร์ ผ่านธุรกรรมมากกว่า 9.14 ล้านรายการ มีรายงานว่าบริการนี้สร้างรายได้สะสมประมาณ 12.03 ล้านดอลลาร์จนถึงไตรมาส 3 ปี 2026 การขยายแหล่งเงินทุนอาจช่วยเสริมโมเดลการสะสมมูลค่า JST ในระยะยาว แต่การจัดสรรเงินทุนตามแผนจะเริ่มขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2026 เท่านั้น ประกาศนี้ไม่ได้รับประกันว่าจะส่งผลต่อราคาในระดับใดระดับหนึ่ง โดยนักเทรดอาจพิจารณาทั้งการดำเนินงาน การเติบโตของรายได้ และสภาวะตลาดโดยรวมด้วย
Bullish
JSTToken BuybackJUST DAOGasFreeTRON DeFi

การออกใบอนุญาตคริปโตในสหราชอาณาจักร: FCA มุ่งเป้าไปที่แอปที่เลือกเส้นทางการซื้อขาย

หน่วยงานกำกับดูแลการเงินของสหราชอาณาจักร (FCA) ระบุว่าแอปคริปโทที่เลือกสถานที่ซื้อขายหรือเส้นทางการส่งคำสั่งซื้อขายให้ลูกค้าอาจต้องได้รับอนุญาตภายใต้กฎใหม่ ซึ่งมีกำหนดมีผลบังคับใช้ในวันที่ 25 ตุลาคม 2027 ร่างแนวทาง CP26-36 ครอบคลุมแอปที่ตัดสินใจโดยพิจารณาจากราคา สภาพคล่อง ต้นทุน หรือความเร็วในการดำเนินการ การแก้ไขคำสั่ง การตัดสินใจว่าจะดำเนินการเมื่อใด หรือการเลือกเส้นทางโดยพิจารณาจากความเสี่ยงของคู่สัญญาหรือผลลัพธ์ที่คาดการณ์ไว้ อาจถือเป็นการแทรกแซงโดยใช้ดุลยพินิจ การทำงานโดยอัตโนมัติไม่ได้ยกเว้นความรับผิดให้แก่ผู้พัฒนาหรือผู้ดำเนินการแอป ขณะที่อินเทอร์เฟซที่เพียงส่งต่อคำสั่งโดยไม่ส่งผลต่อการดำเนินการอาจได้รับการยกเว้นสำหรับบริการทางเทคนิค บริษัทคริปโทที่ดำเนินงานอยู่ในสหราชอาณาจักรสามารถยื่นขอใบอนุญาตได้ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2026 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2027 การปรึกษาหารือจะสิ้นสุดในวันที่ 18 พฤศจิกายน โดย FCA ตั้งเป้าเผยแพร่แนวทางฉบับสมบูรณ์ในเดือนมกราคม 2027 แม้เอกสารการปรึกษาหารือจะกล่าวถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิด้วย ข้อเสนอนี้อาจเพิ่มภาระด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบให้แก่แอปซื้อขายคริปโทและบริการเลือกเส้นทางส่งคำสั่งซื้อขาย
Neutral
UK crypto regulationFCACrypto trading appsLicensingTrade execution

การยกฟ้องคดี LIBRA ทำให้มิเลอิพุ่งเป้าโจมตีนักข่าวห้าคน

ประธานาธิบดีอาร์เจนตินา ฮาเวียร์ มิเลย์ เอ่ยชื่อผู้สื่อข่าวห้าคนในโพสต์เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม โดยโจมตีการรายงานข่าวเกี่ยวกับการสอบสวนคดี LIBRA หลังจากผู้พิพากษายกฟ้องคดีอาญาที่ดำเนินต่อเขา คารีนา น้องสาวของเขา และจำเลยอีกเก้าคน มิเลย์กล่าวหาผู้วิจารณ์ว่าเผยแพร่ข้อมูลเท็จ และถามว่าใครจะชดเชยความเสียหายต่อชื่อเสียงที่เขาอ้างว่าเกิดขึ้น ข้อกล่าวอ้างของเขาไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นอิสระในรายงานข่าว
Neutral
LIBRAJavier MileiArgentinaSolanaCrypto regulation

ทรัพยากรเฟื่องฟูในลาตินอเมริกา: ทองแดง ทองคำ และการเติบโต

บทความนำเสนอการเติบโตอย่างรวดเร็วของทรัพยากรในลาตินอเมริกาว่าเป็นโอกาสในการกระจายการลงทุนสำหรับนักลงทุนที่มีสินทรัพย์กระจุกตัวอยู่ในสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยชูทองแดง ทองคำ และการเติบโตของตลาดเกิดใหม่เป็นประเด็นสำคัญ นอกจากนี้ยังให้เหตุผลว่า เมื่อเศรษฐกิจเกิดใหม่กระจายทุนสำรองออกจากดอลลาร์สหรัฐมากขึ้น ทองคำอาจได้รับความสนใจในฐานะสินทรัพย์สำรองทางเลือก ข้อความบทความที่ให้มาจบลงก่อนจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมหรือข้อมูลเฉพาะเจาะจง
Neutral
Latin AmericaCopperGoldEmerging marketsCommodities

การโอนบิตคอยน์ของวาฬจุดกระแสคำกล่าวอ้างที่ยังไม่ได้รับการยืนยันเกี่ยวกับการซื้อ

กิจกรรมของวาฬบิตคอยน์ได้รับความสนใจ หลัง Lookonchain รายงานว่ากระเป๋าเงินที่เพิ่งสร้างขึ้น 40 ใบถอน 9,458 BTC จาก Wintermute ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม มูลค่าการโอนอยู่ที่ 771.5 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นประมาณ 81,571 ดอลลาร์ต่อ BTC แต่ไม่ได้ยืนยันว่าเหรียญเหล่านี้ถูกซื้อที่ราคาดังกล่าว หรือกระเป๋าเงินเหล่านั้นเป็นของนักลงทุนคนละราย นักวิจารณ์ชื่อ Ash Crypto อ้างตัวเลขประเมินใกล้เคียงกันที่ 780 ล้านดอลลาร์ โดยไม่ได้แจกแจงรายละเอียดให้ตรวจสอบเทียบกันได้ครบถ้วน ในโพสต์แยก Lucky ชี้ให้เห็นยอดเงินไหลเข้าในหนึ่งวันจำนวน 32,380 BTC ซึ่งระบุว่าเป็นยอดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน กราฟไม่ได้ระบุกระเป๋าเงินที่เกี่ยวข้องหรือพิสูจน์ว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการซื้อใหม่ นอกจากนี้ Crypto Rover ยังนำเสนอแถบแนวรับตลาดขาขึ้นของบิตคอยน์ว่าเป็นสัญญาณซื้อ แต่ไม่ได้ระบุระดับราคาที่ชัดเจนสำหรับการยกเลิกสัญญาณ สำหรับเทรดเดอร์ ตัวเลขเหล่านี้อาจกระตุ้นให้เกิดการคาดการณ์เรื่องการสะสม BTC ของผู้ถือรายใหญ่ แต่การโอนเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่ามีอุปสงค์สุทธิหรือเป็นสัญญาณราคาที่เชื่อถือได้ การเปลี่ยนผู้ดูแลสินทรัพย์ การป้องกันความเสี่ยง และธุรกรรมนอกตลาดซื้อขายก็อาจทำให้ BTC จำนวนมากเคลื่อนย้ายได้เช่นกัน
Neutral
BitcoinWhale transfersOn-chain dataCrypto tradingMarket sentiment

กำไรของ Abraxas Capital จากสัญญา Perpetual บน Hyperliquid แตะ 193 ล้านดอลลาร์

กระเป๋าเงินของ Abraxas Capital ทำกำไรสะสมจากสัญญาฟิวเจอร์สแบบไม่มีวันหมดอายุบน Hyperliquid ได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 193 ล้านดอลลาร์ กำไรดังกล่าวไม่ได้มาจากการเก็งทิศทางตลาดเพียงอย่างเดียว เพราะสถานะของกระเป๋าเงินมีสินทรัพย์ในตลาดสปอตช่วยป้องกันความเสี่ยงอยู่ด้วย โดยถือครอง USDC ราว 207 ล้านดอลลาร์ มีปริมาณการซื้อขายรวม 5.43 พันล้านดอลลาร์ และมีสถานะเปิดอยู่ประมาณ 7.25 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังถือครอง BTC, ETH และ SOL ในปริมาณมาก กิจกรรมของ Abraxas Capital ที่มีขนาดใหญ่ทำให้สถานะของบริษัทบน Hyperliquid ควรค่าแก่การติดตาม แต่ตัวเลขกำไรที่รายงานเพียงอย่างเดียวไม่ได้บ่งชี้มุมมองเชิงบวกหรือเชิงลบต่อตลาด
Neutral
HyperliquidPerpetual futuresAbraxas CapitalCrypto tradingHedged positions

Electrum 4.8.3 แก้ไขปัญหาความปลอดภัยร้ายแรง

Electrum ออกเวอร์ชัน 4.8.3 เพื่อแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยร้ายแรง และเรียกร้องให้ผู้ใช้ทุกคนอัปเกรด บันทึกการเปลี่ยนแปลงของกระเป๋าเงินบน GitHub ระบุว่าเวอร์ชันนี้เป็นการอัปเดตด้านความปลอดภัย และลงวันที่ 23 ตุลาคม 2026 Electrum ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคของช่องโหว่ โดยระบุว่าจะเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวในภายหลัง ผู้ใช้ควรดาวน์โหลด Electrum จากเว็บไซต์ทางการเท่านั้น และตรวจสอบลายเซ็น GPG เพื่อยืนยันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของซอฟต์แวร์
Neutral
ElectrumWallet SecurityBitcoin WalletSoftware UpdateCybersecurity

Arthur Hayes หันมามองตลาดในแง่ลบ ขณะที่เทรดเดอร์คริปโตเพิ่มสถานะชอร์ต

Arthur Hayes ลดการถือครองโทเคนลง 26.08 ล้านดอลลาร์ และกล่าวว่าเขาขายสถานะ ETH, ENA และ UNI ไปแล้ว เขาคาดว่าตลาดคริปโตจะร่วงลงก่อนจะฟื้นตัว การเคลื่อนไหวของเขาเพิ่มสัญญาณเชิงลบ แต่ยังไม่ได้ยืนยันแนวโน้มโดยรวมของตลาด ข้อมูลออนเชนแสดงให้เห็นว่ามีแอดเดรสหนึ่งถือสถานะชอร์ต HYPE จำนวน 715,300 โทเคน มูลค่า 54.57 ล้านดอลลาร์ โดยมีกำไรที่ยังไม่รับรู้ 5.56 ล้านดอลลาร์ เทรดเดอร์อีกรายปิดสถานะลอง SOL และเปิดสถานะชอร์ต SOL มูลค่า 10 ล้านดอลลาร์ สถานะเหล่านี้ชี้ว่าการเดิมพันว่า HYPE และ SOL จะปรับตัวลงกำลังเพิ่มขึ้น แนวโน้มไม่ได้เป็นลบไปเสียทั้งหมด: เทรดเดอร์ Killa กล่าวว่ารูปแบบราคาของ Bitcoin คล้ายกับปี 2023 และอาจยังเป็นขาขึ้นได้หาก BTC ยืนอยู่บริเวณขอบบนของกรอบราคา เทรดเดอร์จะจับตาระดับสำคัญในกรอบราคาของ Bitcoin รวมถึงดูว่าสถานะชอร์ตจะเพิ่มขึ้นหรือถูกบังคับให้ปิด
Bearish
Arthur HayesCrypto market outlookBitcoinHYPE short positionsSOL trading

Lubin กล่าวว่า Ethereum อาจเป็นรากฐานของการค้าขับเคลื่อนด้วย AI

โจเซฟ ลูบิน ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum และผู้ก่อตั้ง ConsenSys กล่าวว่า AI และคริปโทอาจมาบรรจบกันบน Ethereum โดยบล็อกเชนจะทำหน้าที่เป็นชั้นความน่าเชื่อถือสำหรับการทำงานอัตโนมัติ ในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026 เขากล่าวว่า AI สามารถมอบความคิดสร้างสรรค์และความเชี่ยวชาญ ส่วน Ethereum สามารถบันทึกคำขอ ตรวจสอบงานที่เสร็จแล้ว และชำระเงินได้โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางแบบเดิม แนวทางนี้อาจเปิดทางให้เอเจนต์ AI จ้างเอเจนต์อื่นและจ่ายเงินให้กันบนเชนได้ ลูบินยังเคยกล่าวถึง Ethereum ว่าอาจเป็นชั้นการชำระบัญชีสำหรับกิจกรรมอัตโนมัติบนเชนที่กำลังเติบโต โครงการ EthSystems ของเขามุ่งเน้นเทคโนโลยีความเป็นส่วนตัวสำหรับสถาบันที่ใช้ Ethereum นอกจากนี้ เขายังคาดว่าจะมีแนวทางกำกับดูแลจาก SEC และ CFTC แม้ความพยายามด้านกฎหมายจะล่าช้า ความเห็นเหล่านี้ชี้ให้เห็นกรณีการใช้งาน Ethereum และ AI ในระยะยาว แต่บทความไม่ได้รายงานการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในทันที ตัวเลขการใช้งาน หรือประกาศที่อาจส่งผลต่อตลาด
Neutral
EthereumAI agentsBlockchain paymentsOn-chain settlementCrypto regulation

ซีอีโอของ Injective หารือในสหรัฐฯ เรื่องการเงินในรูปแบบโทเคน

Eric Chen ซีอีโอของ Injective เข้าพบเจ้าหน้าที่จากทำเนียบขาว SEC และ CFTC ในเดือนตุลาคม เพื่อหารือเรื่องการเงินบนเชนภายใต้การกำกับดูแลและการแปลงสินทรัพย์ในโลกจริง (RWA) ให้อยู่ในรูปโทเคน บริษัทไม่ได้เปิดเผยผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจงหรือการอนุมัติใหม่ใด ๆ การหารือดังกล่าวต่อยอดจากการที่ Injective จดทะเบียนกับ SEC ในฐานะตัวแทนการโอนหลักทรัพย์เมื่อเดือนสิงหาคม 2026 ซึ่งทำให้บริษัทสามารถดูแลบันทึกความเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ที่แปลงเป็นโทเคนได้ Injective ระบุว่าเครือข่ายของตนมีมูลค่า RWA ที่แปลงเป็นโทเคนมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ และมียอดสะสมการซื้อขายสัญญาเพอร์เพทชวลที่อิงกับ RWA มากกว่า 5.3 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ บริษัทยังสนับสนุนให้มีช่วงเวลาเปิดทางสำหรับการพัฒนาโครงการ DeFi ขณะที่ข้อยกเว้นด้านนวัตกรรมของ SEC อาจสร้างช่องทางใหม่ให้กับเทคโนโลยีทางการเงิน สำหรับเทรดเดอร์ การประชุมเหล่านี้สะท้อนว่าบริษัทคริปโตยังคงหารือกับหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ แต่ไม่ได้รับประกันว่ากฎเกณฑ์จะผ่อนปรนมากขึ้น ผลเชิงบวกระยะยาวใด ๆ ต่อ Injective หรือสินทรัพย์ที่แปลงเป็นโทเคนจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจด้านกฎระเบียบและการยอมรับจากสถาบัน โดยตัวเลขเกี่ยวกับเครือข่ายที่รายงานนั้นมาจากบริษัทเอง
Neutral
InjectiveRWA tokenizationUS crypto regulationDeFiOnchain finance

UE Crypto โปรโมตสัญญาขุดคริปโตบนคลาวด์เพื่อสร้างรายได้แบบพาสซีฟ

UE Crypto กำลังโปรโมตสัญญาขุดคริปโตบนคลาวด์ว่าเป็นช่องทางสร้างรายได้แบบพาสซีฟท่ามกลางความผันผวนของตลาดคริปโต แพลตฟอร์มระบุว่าผู้ใช้สามารถฝากสินทรัพย์ เลือกแผนการขุด และรับผลตอบแทนโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องซื้อหรือดูแลอุปกรณ์ขุด UE Crypto โฆษณาสัญญาตั้งแต่มูลค่า 500 ดอลลาร์สหรัฐ ระยะเวลา 5 วัน ไปจนถึง 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ระยะเวลา 35 วัน โดยอ้างว่าแผนดังกล่าวอาจสร้างผลตอบแทนได้ 31.50 และ 5,530 ดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ นอกเหนือจากการคืนเงินต้นให้ผู้ใช้ ตัวเลขเหล่านี้เป็นคำกล่าวอ้างเพื่อการประชาสัมพันธ์และยังไม่ได้รับการตรวจสอบโดยอิสระ บทความยังกล่าวถึงโบนัสบัญชีและอธิบายมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น การยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน และการจัดเก็บสินทรัพย์ในระบบร้อนและระบบเย็น เนื้อหานี้เป็นสื่อประชาสัมพันธ์จากบุคคลที่สาม และระบุอย่างชัดเจนว่าผู้เผยแพร่ไม่ได้รับรองแพลตฟอร์มดังกล่าว ผู้ซื้อขายควรทราบว่าผลตอบแทนที่โฆษณาไว้ไม่ได้รับการรับประกัน บริการขุดบนคลาวด์มีความเสี่ยงจากคู่สัญญาและความเสี่ยงในการดำเนินงาน รวมถึงอาจมีความเสี่ยงจากการฉ้อโกง คำกล่าวอ้างเหล่านี้ไม่ได้บ่งชี้ว่าปัจจัยพื้นฐานของ Bitcoin หรือทิศทางตลาดเปลี่ยนแปลงไป
Neutral
UE CryptoCloud miningBitcoinPassive incomeCrypto risk

ความได้เปรียบทางการแข่งขันด้านข้อมูลทางคลินิกของ Tempus AI ในการดูแลสุขภาพแบบแม่นยำ

Tempus AI กำลังวางตำแหน่งตัวเองในธุรกิจค้นพบยาที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการดูแลสุขภาพแบบแม่นยำ โดยผสานข้อมูลทางคลินิกที่เป็นกรรมสิทธิ์ โมเดลเฉพาะทาง และการบูรณาการเข้ากับขั้นตอนการทำงานด้านการวินิจฉัย ฐานข้อมูลแบบหลายรูปแบบของบริษัทอาจทำให้ได้เปรียบเหนือบริษัทซอฟต์แวร์ที่ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงเวชระเบียน ซึ่งมักถูกจำกัดด้วยกฎระเบียบและจัดเก็บแยกอยู่ในระบบข้อมูลที่ไม่เชื่อมโยงกัน บทความระบุว่าการเข้าถึงโมเดล AI อเนกประสงค์เพียงอย่างเดียวไม่ใช่ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืน Tempus AI เป็นหนึ่งในบริษัทที่กองทุน ROBO Global Artificial Intelligence ETF และ ROBO Global Healthcare Technology and Innovation ETF ถือครอง
Neutral
Tempus AIArtificial intelligencePrecision healthcareClinical dataAI drug discovery

RedotPay เข้าซื้อกิจการ BTCBOX เพื่อเข้าสู่ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของญี่ปุ่น

RedotPay เข้าซื้อกิจการ BTCBOX ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีของญี่ปุ่น โดยมีเป้าหมายที่จะให้บริการในญี่ปุ่นผ่านผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในประเทศ ปัจจุบัน RedotPay ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์คริปโทในญี่ปุ่น และระบุว่าบริการที่ให้แก่ผู้พำนักในญี่ปุ่นอยู่ในขณะนี้ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบของท้องถิ่น บริษัทหยุดรับสมัครผู้ใช้ใหม่ในญี่ปุ่นและนำแอปออกจาก App Store ของ Apple และ Google ในประเทศ พร้อมวางแผนทยอยจำกัดและยุติบริการดังกล่าวในที่สุด BTCBOX ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 และได้รับการจดทะเบียนเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายในเดือนกันยายน 2017 บริษัทระงับบริการทั้งหมดหลังเกิดเหตุข้อมูลลูกค้ารั่วไหลในเดือนมกราคม และเริ่มทยอยกลับมาให้บริการเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม RedotPay ระบุว่าจะให้การสนับสนุนด้านเงินทุนและเทคโนโลยีแก่ BTCBOX
Neutral
RedotPayBTCBOXJapan crypto regulationCrypto exchange acquisitionCrypto payments

แรงกดดันต่อ CoreWeave ส่งผลให้เงินทุนด้าน AI มูลค่า 5 แสนล้านดอลลาร์ของ Nvidia เผชิญแรงกดดัน

ความตึงเครียดทางการเงินของ CoreWeave กำลังทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับพันธสัญญาด้านเงินทุนมูลค่าราว 500,000 ล้านดอลลาร์ของ Nvidia และสุขภาพของภาคธุรกิจเนโอคลาวด์ CoreWeave รวมถึง Nebius และ IREN ให้เช่ากำลังประมวลผลที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Nvidia แก่นักพัฒนา AI ต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นและการเทขายพันธบัตรที่เกี่ยวข้องกับ AI เพิ่มแรงกดดันต่อบริษัทเหล่านี้ สเปรดของสัญญาแลกเปลี่ยนความเสี่ยงด้านเครดิตของ CoreWeave พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ส่งสัญญาณว่านักลงทุนมองว่าความเสี่ยงด้านเครดิตเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้ยืนยันว่าบริษัทจะล้มละลาย นักค้าจะจับตาดูการปรับโครงสร้างหนี้ การผิดเงื่อนไขสัญญากู้ยืม การจัดหาเงินทุนฉุกเฉิน และการเปลี่ยนแปลงสัญญากับลูกค้ารายใหญ่ ความตึงเครียดนี้อาจทดสอบความสามารถของ Nvidia ในการสนับสนุนพันธมิตรคลาวด์ด้าน AI ขณะที่เงื่อนไขสินเชื่อเข้มงวดขึ้น
Neutral
NvidiaCoreWeaveAI financingNeocloudCredit risk

ความต้องการ AI พุ่งสูง ขณะที่การจัดหาเงินทุนให้เนโอคลาวด์ล่าช้า

Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia กล่าวว่า ความต้องการกำลังประมวลผลสำหรับ AI จากผู้ให้บริการคลาวด์เฉพาะทางที่เรียกว่า “นีโอคลาวด์” พุ่งสูงเกินคาด แต่เงินทุนกลับตามไม่ทัน ในการกล่าวที่งาน GTC ของ Nvidia ณ กรุงเบอร์ลิน เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2026 เขาระบุว่า คำสั่งซื้อชิป AI เข้ามาแทบทุกสัปดาห์ บางครั้งก็ทุกวัน ขณะที่ผู้ให้บริการนีโอคลาวด์ต้องแบกรับต้นทุนเริ่มต้นสูงสำหรับชิป ศูนย์ข้อมูล และพลังงาน Nvidia กำลังทำงานร่วมกับสถาบันการเงินเพื่อระดมเงินทุนจากบุคคลที่สามมากกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI Huang คาดว่าช่องว่างด้านเงินทุนจะแคบลง แต่ไม่ได้ระบุกรอบเวลา CoreWeave ซึ่งเป็นผู้ให้บริการนีโอคลาวด์ที่ใช้เงินกู้เป็นแหล่งทุน กำลังถูกตรวจสอบเกี่ยวกับกลยุทธ์การขยายธุรกิจ ความกังวลเรื่องเงินทุนเกิดขึ้นพร้อมกับการเทขายหุ้นเทคโนโลยีอย่างหนัก โดยดัชนี Philadelphia Semiconductor ลดลงประมาณ 6.7% ซึ่งเป็นการร่วงลงในวันเดียวครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน และหุ้นทั้ง 30 ตัวในดัชนีปรับตัวลง ขณะที่ Nasdaq Composite ลดลง 2.6% สำหรับ Nvidia และการลงทุนใน AI โดยรวม ความต้องการ AI ที่แข็งแกร่งอาจช่วยหนุนยอดขายชิปในอนาคต แต่ข้อจำกัดด้านเงินทุนอาจทำให้การซื้อชะลอออกไปและเพิ่มความผันผวน
Neutral
NvidiaAI infrastructureNeocloudsChip stocksTechnology market

นักขุดบิตคอยน์หันไปใช้ AI ขณะที่แฮชเรตฟื้นตัว

บริษัทขุด Bitcoin รายใหญ่ 5 แห่งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ได้แก่ IREN, Core Scientific, Bitfarms, TeraWulf และ Cipher กำลังปรับเปลี่ยนการใช้ไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานไปสู่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการประมวลผลสมรรถนะสูง (HPC) ในช่วงเวลาที่กล่าวถึง ทั้งห้าบริษัทผลิต Bitcoin รวมกันได้ 7,075 BTC ลดลง 47% จาก 13,263 BTC ในปีก่อนหน้า ขณะเดียวกันก็ประกาศสัญญาเช่าสำหรับ AI และ HPC มูลค่ารวมกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ IREN, Core Scientific และ TeraWulf ต่างลดการผลิต Bitcoin ลงมากกว่าครึ่ง แม้บริษัทเหล่านี้จะลดการดำเนินงาน แฮชเรตของเครือข่าย Bitcoin ก็ฟื้นตัวขึ้น 11.7% จากจุดต่ำสุดในเดือนสิงหาคม และขณะนี้ต่ำกว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ไม่ถึง 9% นับจากจุดต่ำสุด เครือข่ายเพิ่มกำลังประมวลผลขึ้น 105 เอ็กซาแฮชต่อวินาที (EH/s) ซึ่งมากกว่าปริมาณราว 35 EH/s ที่คาดว่าหายไปจากการเปลี่ยนทิศทางของนักขุดที่เน้น AI อุปกรณ์รุ่นใหม่และกำลังการผลิตจากผู้ดำเนินการเอกชน ผู้ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และผู้ประกอบการนอกสหรัฐฯ กำลังช่วยชดเชยส่วนที่ขาดไป ขณะเดียวกัน MARA, CleanSpark, Riot, HIVE และ American Bitcoin เพิ่มผลผลิตรวมขึ้น 16% เมื่อเทียบกับปีก่อน การฟื้นตัวของราคา Bitcoin ยังช่วยเพิ่มรายได้ของนักขุดและลดแรงกดดันให้ต้องขาย BTC เพื่อจ่ายค่าใช้จ่าย สำหรับนักเทรด ข้อมูลชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของการขุด Bitcoin ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI แต่ไม่ได้บ่งชี้ว่ากำลังการผลิตของเครือข่ายจะล่มสลายในเร็ว ๆ นี้ หรือจะเกิดการขาย BTC แบบจำใจเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
Neutral
Bitcoin miningBitcoin hash rateAI and high-performance computingCrypto minersBTC market

แก้ไขช่องโหว่ SP1 หลังพบความเสี่ยงจากหลักฐานที่ไม่ถูกต้อง

Succinct เปิดเผยช่องโหว่ด้านความน่าเชื่อถือระดับร้ายแรงในระบบพิสูจน์แบบไม่เปิดเผยความรู้ SP1 ช่องโหว่นี้ส่งผลต่อเครื่องมือตรวจสอบ Rust แบบเนทีฟตั้งแต่เวอร์ชัน 6.0.0 ถึง 6.8.0 และอาจทำให้ Prover Network บนเมนเน็ตยอมรับหลักฐานของการประมวลผลที่ไม่ถูกต้องได้ ช่องโหว่ของ SP1 เกิดจากเครื่องมือตรวจสอบตรวจสอบป้ายกำกับข้อมูล แต่ไม่ได้ยืนยันว่าจำนวนองค์ประกอบที่จัดเก็บตรงกับมิติที่ระบุไว้ การตรวจสอบรูปแบบคงที่ของ Groth16 และ Plonk รวมถึงเครื่องมือตรวจสอบ Solidity บนเชนไม่ได้รับผลกระทบ เมื่อวันที่ 24 กันยายน Succinct ออกเวอร์ชัน 6.8.1 ซึ่งเพิ่มการตรวจสอบความยาวระหว่างการดีซีเรียลไลซ์ และนำไปใช้งานบนเมนเน็ตแล้ว Vitalis Salis เป็นผู้รายงานปัญหาผ่าน Immunefi ผู้ใช้เครื่องมือตรวจสอบ Rust แบบเนทีฟที่ยอมรับหลักฐานจากผู้สร้างหลักฐานที่ไม่น่าเชื่อถือควรอัปเกรดเป็นเวอร์ชัน 6.8.1
Neutral
SP1Zero-Knowledge ProofsSmart Contract SecuritySuccinctMainnet

กระเป๋าเงินที่เชื่อมโยงกับการหลอกลวงที่เกี่ยวข้องกับ Coinbase ส่ง 1,389.6 ETH ไปยัง Tornado Cash

กระเป๋าเงินที่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเชื่อมโยงกับการหลอกลวงที่มุ่งเป้าไปยังผู้ใช้ Coinbase ได้โอน sUSDS จำนวน 3 ล้านไปยังกระเป๋าเงินใหม่ หลังจากแลกเปลี่ยนโทเคนแล้ว เงินถูกฝากเข้า Tornado Cash ผ่าน 36 ธุรกรรม รวมทั้งสิ้น 1,389.6 ETH ความเคลื่อนไหวที่มีรายงานนี้สะท้อนให้เห็นถึงการใช้บริการผสมเหรียญคริปโตเพื่อปกปิดเส้นทางเงิน แต่บทความไม่ได้ให้หลักฐานว่ามีผลกระทบต่อตลาดในวงกว้าง ผู้ค้าอาจติดตามกิจกรรมบนบล็อกเชน รวมถึงการตอบสนองในภายหลังจากแพลตฟอร์มซื้อขายหรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเงินฝากใน Tornado Cash
Neutral
Tornado CashETH transfersCrypto scamsOn-chain activityCrypto mixers

Solana นำหน้า XRP ในด้านธุรกรรมและการใช้สเตเบิลคอยน์

บทวิเคราะห์ของ The Motley Fool ระบุว่า Solana มีกิจกรรมบนเครือข่ายและการใช้งานสเตเบิลคอยน์มากกว่า XRP ซึ่งอาจช่วยหนุนมุมมองเชิงบวกต่อ SOL ในเดือนกันยายน 2026 Solana ประมวลผลธุรกรรมที่ไม่ใช่ธุรกรรมลงคะแนนเสียง 3.18 พันล้านรายการ และมีที่อยู่ที่ใช้งานอยู่รายวัน 888,000 รายการ โดยประเมินว่าอุปทานสเตเบิลคอยน์อยู่ที่ 17,300–17,500 ล้านดอลลาร์ ในไตรมาสที่สองของปี 2026 XRP Ledger บันทึกธุรกรรม 222.4 ล้านรายการ และมีสเตเบิลคอยน์มูลค่า 1,110 ล้านดอลลาร์ บทวิเคราะห์ระบุว่าธุรกรรม XRP กระจุกตัวอยู่ในกิจกรรมอัตโนมัติเป็นอย่างมาก ตัวเลขเหล่านี้ครอบคลุมช่วงเวลารายงานที่แตกต่างกัน จึงอาจนำมาเปรียบเทียบกันโดยตรงไม่ได้ สำหรับเทรดเดอร์ ตัวชี้วัดเหล่านี้อาจช่วยเสริมเรื่องราวเชิงบวกเกี่ยวกับ Solana ในระยะใกล้ แต่ไม่ได้รับประกันว่าราคาจะปรับขึ้น การรักษาระดับกิจกรรมให้ต่อเนื่องและการเติบโตของสเตเบิลคอยน์จะมีความสำคัญ ควบคู่ไปกับภาวะตลาดโดยรวมและพัฒนาการด้านกฎระเบียบ
Bullish
SolanaXRPNetwork activityStablecoinsCrypto market sentiment

การเติบโตของกำไร S&P 500 ชะลอตัว ขณะใกล้ถึงการตัดสินใจของเฟด

การเติบโตของกำไรที่คาดการณ์ไว้ของ S&P 500 ในไตรมาส 2 ปี 2027 ลดลงเหลือ 3.6% ซึ่งเป็นอัตรารายไตรมาสที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2023 ซึ่งกำไรลดลง 2.8% แนวโน้มของไตรมาส 3 และ 4 ปี 2027 ยังคงแข็งแกร่งกว่า แต่ไตรมาส 2 อาจเผชิญกับการเปรียบเทียบที่ยาก เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2026 ซึ่งหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงกำไรและรายได้โดยรวมของ S&P 500 ทำผลงานได้ดี บทความยังระบุว่า การขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุม FOMC วันที่ 28 ตุลาคมถือว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นอย่างยิ่ง ขณะที่ตลาดคาดว่าจะจับตาการปรับขึ้น 25 จุดพื้นฐานในการประชุมวันที่ 9 ธันวาคม ซึ่งจะทำให้ค่ากึ่งกลางของอัตราดอกเบี้ยกองทุนรัฐบาลกลางอยู่ที่ 5% พาดหัวกล่าวถึงเงินเฟ้อ PCE เดือนกันยายนและรายงานผลประกอบการของบริษัทไฮเปอร์สเกลเลอร์สามแห่ง แต่เนื้อหาบทความที่ให้มาไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับประเด็นเหล่านั้น สำหรับเทรดเดอร์ สัญญาณสำคัญคือแนวโน้มกำไรของ S&P 500 การเปรียบเทียบผลประกอบการของภาคเซมิคอนดักเตอร์ และการเปลี่ยนแปลงของความคาดหวังต่อนโยบายธนาคารกลางสหรัฐฯ ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นด้านความเสี่ยงโดยรวม แม้บทความจะไม่ได้กล่าวถึงตลาดคริปโตโดยตรง
Neutral
S&P 500 earningsFederal ReserveSemiconductorsInterest ratesMarket outlook

เงินทุนไหลเข้าสู่ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026

Rob Drijkoningen จาก Neuberger ระบุว่า ในปี 2025 ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิ หลังจากเผชิญเงินทุนไหลออกมาหลายปี และแนวโน้มดังกล่าวยังต่อเนื่องมาถึงปี 2026 เขามองว่าความสนใจของนักลงทุนที่กลับมาเพิ่มขึ้นมีสาเหตุมาจากความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นต่อความน่าเชื่อถือด้านเครดิตของประเทศในตลาดเกิดใหม่ Drijkoningen ชื่นชอบตราสารหนี้สกุลเงินท้องถิ่น และกล่าวว่าสินทรัพย์ประเภทนี้อาจช่วยกระจายความเสี่ยงให้พอร์ตลงทุนที่กระจุกตัวอยู่กับสินทรัพย์สหรัฐฯ เป็นอย่างมาก บทความไม่ได้ระบุตัวเลขรวมของกระแสเงินทุนหรือข้อมูลแยกตามประเทศ แต่เงินทุนไหลเข้าที่ดำเนินต่อเนื่องบ่งชี้ว่านักลงทุนสนใจตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่มากขึ้น
Neutral
Emerging market debtLocal-currency bondsPortfolio diversificationInvestor flowsCreditworthiness

การลดภาระหนี้ทั่วโลกเพิ่มความเสี่ยงในตลาดต่าง ๆ

บทความแสดงความกังวลว่าวัฏจักรการลดการใช้เลเวอเรจทั่วโลกอาจกำลังเร่งตัวขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่ผลกระทบจะลุกลามไปทั่วตลาดการเงิน ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ซึ่งมีหุ้นเทคโนโลยีเป็นสัดส่วนสูง ร่วงลง 2.8% ในวันพฤหัสบดี โดย Samsung ลดลง 4% และ SK Hynix ลดลง 5.5% ผู้เขียนยังชี้ถึงสถานะลงทุนในพันธบัตรยุโรปขนาดใหญ่ที่ใช้เลเวอเรจของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ และความเปราะบางของตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และตลาดตราสารหนี้สหรัฐฯ ที่มีเลเวอเรจสูง แยกต่างหากจากประเด็นดังกล่าว หลังหุ้น CoreWeave ร่วงลง 25% ในสัปดาห์ก่อนหน้า Goldman Sachs ได้ปรับคำแนะนำหุ้นขึ้นเป็น “ซื้อ” และเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 139 ดอลลาร์ บทความไม่ได้กล่าวถึงคริปโทเคอร์เรนซีโดยตรง แต่คำเตือนเรื่องการลดเลเวอเรจในระดับระบบมีความสำคัญต่อผู้เทรดคริปโท เพราะการเปลี่ยนแปลงของความต้องการรับความเสี่ยงและการขายแบบถูกบังคับอาจส่งผลต่อสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง
Bearish
Global deleveragingMarket contagionBond marketsSouth Korean tech stocksRisk appetite

BTC ซ้ำรอยรูปแบบปี 2023 ขณะที่เทรดเดอร์มองเห็นสัญญาณขาขึ้น

เทรดเดอร์ Killa กล่าวว่า Bitcoin (BTC) กำลังแสดงรูปแบบคล้ายกับการเคลื่อนไหวของราคาในปี 2023 หลังจากทะลุออกจากกรอบพักตัวและทำจุดสูงสุดรายสัปดาห์ที่สูงขึ้น ในปี 2023 BTC ยืนเหนือจุดสูงสุดเดิมของกรอบดังกล่าวได้ ก่อนจะสร้างจุดต่ำสุดที่สูงขึ้น Killa กล่าวว่า BTC อาจเคลื่อนไหวในลักษณะคล้ายกัน หากยังยืนเหนือขอบบนของกรอบก่อนหน้าได้ ในกรณีดังกล่าว ราคาอาจพบแนวรับเหนือจุดต่ำสุดเดิมที่ 74,000 ดอลลาร์ และดีดตัวกลับ ซึ่งจะช่วยให้แนวโน้มโดยรวมยังเป็นขาขึ้น การเปรียบเทียบนี้เป็นมุมมองทางเทคนิคต่อตลาด ไม่ใช่การยืนยันว่ารูปแบบดังกล่าวจะเกิดซ้ำ เทรดเดอร์อาจจับตาว่า BTC จะรักษาแนวรับบริเวณขอบบนของกรอบไว้ได้หรือไม่
Bullish
BitcoinBTC price analysisTechnical analysisBullish trendSupport and resistance

Machi Big Brother ขาย NFT MAYC สามชิ้น ขณะที่สถานะ Long ใน ETH ใกล้ถูกล้างพอร์ต

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม Machi Big Brother (Huang Licheng) ขาย NFT ของ Mutant Ape Yacht Club (MAYC) จำนวนสามรายการบน OpenSea ในราคา 1 ETH ต่อรายการ Lookonchain ระบุว่า NFT สองรายการในจำนวนนี้ซื้อมาเมื่อสามปีก่อนในราคา 6.13 ETH และ 7.5 ETH ซึ่งหมายความว่าขาดทุนประมาณ 85% จากการซื้อทั้งสองครั้ง ตัวเลขผลขาดทุนที่ Lookonchain ระบุไม่ตรงกับส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขายที่อ้างถึง ณ วันที่ 24 ตุลาคม บัญชี Hyperliquid ของ Machi Big Brother มีมูลค่าสุทธิประมาณ 21,700 ดอลลาร์ และถือสถานะซื้อ 315 ETH โดยใช้เลเวอเรจ 25 เท่า ราคาล้างสถานะอยู่ที่ 2,336.93 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าราคา ETH ในตลาดที่รายงานไว้ราว 2,359 ดอลลาร์ไม่ถึง 1% Lookonchain คาดว่าการขาย NFT มีขึ้นเพื่อหาเงินทุนสำหรับการเทรดเพิ่มเติม แต่บทความระบุว่าไม่มีบันทึกการโอนเงินมายืนยันคำอธิบายดังกล่าว การขายครั้งนี้น่าสนใจในฐานะสัญญาณว่าเทรดเดอร์รายหนึ่งที่ใช้เลเวอเรจสูงกำลังเผชิญแรงกดดัน มากกว่าจะเป็นสัญญาณชัดเจนสำหรับตลาดคริปโตโดยรวม
Neutral
ETHMAYCNFTHyperliquidLeveraged trading

Micron กำหนดโรดแมป HBM รายปีสำหรับ AI จนถึงปี 2030

Micron Technology วางแผนเปิดตัวหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) รุ่นใหม่ทุกปีไปจนถึงปี 2030 โดยมุ่งเน้นแผนพัฒนาหน่วยความจำไปที่ปัญญาประดิษฐ์และการประมวลผลสมรรถนะสูง แผนดังกล่าวเริ่มจาก HBM4 ในปี 2026 ไปจนถึง HBM6 ในปี 2030 และคาดว่าจะมี HBM แบบปรับแต่งเฉพาะและ HBM แนวตั้งตั้งแต่ปี 2028 เป็นต้นไป Micron ระบุว่า HBM แนวตั้งของบริษัท หรือ vHBM ออกแบบมาให้มีแบนด์วิดท์ประมาณ 2 TB/s โดยใช้พลังงานน้อยกว่า 1 พิโคจูลต่อบิต นอกจากนี้ บริษัทยังกำลังศึกษาหน่วยเก็บข้อมูลแฟลชที่ GPU สามารถเข้าถึงได้โดยตรงมากขึ้น ซึ่งอาจช่วยเพิ่มปริมาณข้อมูลที่ระบบ AI ใช้งานได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่า HBM Micron คาดว่าโหนด DRAM 1δ และ NAND G11 จะเริ่มผลิตในปริมาณมากในช่วงครึ่งหลังของปี 2027 บริษัทคาดว่าความหนาแน่นบิตของ DRAM จะเพิ่มขึ้นราว 20–25% ส่วน NAND G11 ซึ่งมีมากกว่า 400 ชั้น คาดว่าจะมีความหนาแน่นบิตประมาณสองเท่าของ G9 มีความเร็ว I/O สูงขึ้น และใช้พลังงานต่อการถ่ายโอนข้อมูลลดลงกว่า 25% Micron คาดว่าอุปทานหน่วยความจำจะยังตึงตัวไปจนถึงปีงบประมาณ 2028 มีรายงานว่าข้อตกลงกับลูกค้าเชิงกลยุทธ์ครอบคลุมยอดขายเกือบ 35% จนถึงปี 2030 แผนพัฒนานี้สะท้อนความต้องการหน่วยความจำสำหรับ AI ที่เพิ่มขึ้น แต่ความล่าช้าในการผลิต ปัญหาด้านอัตราผลผลิต และการลงทุนใน AI ที่ชะลอตัวลง อาจส่งผลต่อการส่งมอบและการนำไปใช้งาน
Neutral
MicronHBMAI memoryDRAMNAND flash