alltrending-24htrending-weektrending-monthtrending-year

ข่าวคริปโตเคอร์เรนซี

ABS East 2026 ส่งสัญญาณให้ระมัดระวังในตลาดสินเชื่อที่มีโครงสร้าง

เนื้อหาบทความที่มีอยู่ประกอบด้วยเพียงพาดหัว “ประเด็นสำคัญจากงานประชุม ABS East ปี 2026: เมฆครึ้ม” โดยไม่ได้ระบุข้อค้นพบจากการประชุมหรือรายละเอียดสนับสนุน พาดหัวบ่งชี้ถึงมุมมองที่ระมัดระวังต่อตลาดหลักทรัพย์ที่มีสินทรัพย์หนุนหลัง (ABS) แต่ไม่สามารถตรวจสอบความเสี่ยงเฉพาะเจาะจง ข้อมูล หรือความเห็นของผู้พูดได้ ข้อความที่ให้มาไม่ได้ระบุความเชื่อมโยงโดยตรงกับตลาดคริปโทเคอร์เรนซี
Neutral
Asset-backed securitiesStructured creditCredit marketsMarket outlook

Stripe เปิดตัวการชำระเงิน B2B แบบทันทีฟรีผ่านแฮนเดิลธุรกิจ

Stripe เปิดตัว Stripe Pay ซึ่งเป็นปลั๊กอินที่ช่วยให้ธุรกิจส่งเงินโอนแบบทันทีโดยไม่มีค่าธรรมเนียมไปยังบริษัทอื่น โดยใช้แฮนเดิลโปรไฟล์ Stripe บริการนี้ใช้งานได้ผ่าน Stripe Dashboard และอินเทอร์เฟซบรรทัดคำสั่ง ทั้งผู้ส่งและผู้รับต้องมีบัญชีการเงิน Stripe ที่เข้าเกณฑ์ และผู้ส่งจะได้รับแจ้งให้ตรวจสอบรายละเอียดของผู้รับก่อนอนุมัติการชำระเงิน ตัวเลือกทดลองทำรายการช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบข้อมูลการโอนได้โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายเงิน การเปิดตัวครั้งนี้ช่วยขยายเครื่องมือชำระเงินสำหรับธุรกิจของ Stripe รวมถึงเวิร์กโฟลว์ที่เอเจนต์ซอฟต์แวร์สามารถใช้งานได้ อย่างไรก็ตาม Stripe ไม่ได้ระบุว่าการโอนผ่าน Stripe Pay ชำระบัญชีบนบล็อกเชนหรือใช้สเตเบิลคอยน์ บริการแยกต่างหากของบริษัทสำหรับเอเจนต์ AI และคริปโตเคอร์เรนซีประกอบด้วยบัตรเสมือน กระเป๋าเงินดิจิทัลที่ตั้งโปรแกรมได้ และการชำระเงินด้วย USDC ผ่านโปรโตคอล x402 ของ Coinbase Stripe ยังลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสเตเบิลคอยน์ผ่าน Bridge และ Privy และกำลังพัฒนาบล็อกเชน Tempo ร่วมกับ Paradigm บริษัทประเมินว่าปริมาณการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 400,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 โดยการโอนระหว่างธุรกิจคิดเป็นราว 60% Stripe ไม่ได้เปิดเผยปริมาณธุรกรรมของ Stripe Pay หรือยืนยันว่าบริการใหม่นี้ใช้ Tempo
Neutral
StripeB2B paymentsStablecoinsAI agent paymentsPayment infrastructure

วาฬบิตคอยน์โอนเงิน 498 ล้านดอลลาร์ไปยัง Coinbase Prime ขณะที่ BTC อ่อนตัวลง

Lookonchain รายงานว่า วาฬบิตคอยน์ 3 รายโอน 6,168 BTC มูลค่าประมาณ 498.5 ล้านดอลลาร์ ไปยัง Coinbase Prime การฝากดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่บิตคอยน์ซื้อขายอยู่ใกล้ระดับ 80,800 ดอลลาร์ หลังจากเพิ่งร่วงลงต่ำกว่า 80,000 ดอลลาร์ ทำให้เทรดเดอร์กังวลว่าอาจมีแรงขายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ทั้ง Lookonchain และ Coinbase ไม่ได้ยืนยันว่ามีการขายเกิดขึ้น และ Coinbase Prime ยังให้บริการรับฝากสินทรัพย์และซื้อขายสำหรับสถาบันด้วย แยกต่างหาก Arkham Intelligence รายงานว่า วาฬรายหนึ่งฝาก 438.37 BTC มูลค่าประมาณ 35.38 ล้านดอลลาร์ ไปยัง Coinbase Prime เมื่อราว 16 เดือนก่อน กระเป๋าเงินดังกล่าวเคยถอน 615.4 BTC ที่ราคาเฉลี่ย 105,271 ดอลลาร์ และยังคงถือครองอยู่ประมาณ 177 BTC Arkham ประเมินว่าตำแหน่งนี้ขาดทุนมากกว่า 15 ล้านดอลลาร์ ยังไม่ชัดเจนว่าการโอนครั้งนี้รวมอยู่ในยอด 6,168 BTC ของ Lookonchain หรือไม่ จึงไม่ควรนำตัวเลขทั้งสองมาบวกกัน การฝาก BTC ของวาฬเหล่านี้ทำให้กระแสเงินไหลเข้าสู่แพลตฟอร์มซื้อขายได้รับความสนใจในช่วงที่ราคาอ่อนตัว แต่ไม่ได้ยืนยันว่าผู้ถือครองขายสินทรัพย์หรือเปลี่ยนสถานะในตลาด
Neutral
Bitcoin whalesCoinbase PrimeBTC transfersExchange inflowsCrypto market

RELIANCE เปิดตัวพร้อมเลเวอเรจ 10x และเทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

Trade.xyz เปิดตัว RELIANCE ซึ่งเปิดให้ซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันตลอดทั้งปี ด้วยเลเวอเรจสูงสุด 10 เท่า โดยมีการประกาศผ่านบัญชี X ของแพลตฟอร์ม ไม่มีการให้รายละเอียดเกี่ยวกับสินทรัพย์อ้างอิง สภาพคล่อง หรือปริมาณการซื้อขายของผลิตภัณฑ์นี้ การซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงและเลเวอเรจของ RELIANCE อาจดึงดูดนักเทรดที่ต้องการเข้าถึงตลาดได้ยืดหยุ่นขึ้น แต่การซื้อขายด้วยเลเวอเรจสามารถขยายได้ทั้งกำไรและขาดทุน
Neutral
RELIANCETrade.xyzLeverage trading24/7 tradingCrypto derivatives

ผลประกอบการของบิ๊กเทคจับตาผลตอบแทนจาก AI และการเติบโตของธุรกิจคลาวด์

Microsoft, Alphabet และ Amazon เตรียมรายงานผลประกอบการหลังตลาดสหรัฐฯ ปิดในวันที่ 28–29 ตุลาคม ทำให้ผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่และผลตอบแทนจากการลงทุนด้าน AI กลายเป็นประเด็นสำคัญ นักลงทุนจะประเมินการเติบโตของธุรกิจคลาวด์ อัตรากำไร รายจ่ายฝ่ายทุน และกระแสเงินสด เพื่อดูว่าอุปสงค์ด้าน AI จะคุ้มค่ากับการใช้จ่ายในศูนย์ข้อมูล ชิป และโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ หรือไม่ รายจ่ายฝ่ายทุนล่าสุดที่ทั้งสามบริษัทเปิดเผยรวมกันอยู่ที่ประมาณ 134,900 ล้านดอลลาร์ แต่สถานะกระแสเงินสดแตกต่างกัน โดย Microsoft สร้างกระแสเงินสดอิสระได้ 19,640 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสล่าสุดที่รายงาน ขณะที่ Alphabet และ Amazon ต่างใช้เงินลงทุนในสินทรัพย์ทุนในไตรมาสหนึ่งมากกว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่สร้างได้ ตัวชี้วัดสำคัญ ได้แก่ การเติบโตของ Azure และการใช้งาน Copilot ของ Microsoft; ความสามารถของ Google Cloud ในการเปลี่ยนยอดคำสั่งซื้อค้างส่งมูลค่า 514,000 ล้านดอลลาร์ให้เป็นกำไรอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลกระทบของ AI ต่อโฆษณาบน Search; และความสามารถในการทำกำไรกับกระแสเงินสดของ AWS รายได้ของ AWS เติบโต 37% ในไตรมาสล่าสุดของ Amazon และยอดคำสั่งซื้อค้างส่งแตะ 496,000 ล้านดอลลาร์ แต่กระแสเงินสดอิสระในช่วงครึ่งปีแรกลดลงเป็นติดลบ 26,990 ล้านดอลลาร์ แนวทางการใช้จ่ายจะมีความสำคัญ หากต้นทุนสูงขึ้นโดยที่รายได้หรืออัตรากำไรไม่เติบโตแข็งแกร่งขึ้น ก็อาจกดดันหุ้นเทคโนโลยีและความเชื่อมั่นโดยรวมของตลาด การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน และอาจเพิ่มความผันผวนของมูลค่าหุ้นและความต้องการรับความเสี่ยง สำหรับนักเทรดคริปโต ผลประกอบการเหล่านี้เป็นสัญญาณทางอ้อมต่อตลาด ไม่ใช่ปัจจัยกระตุ้นคริปโตโดยตรง แนวโน้มการลงทุนในคลาวด์และ AI ผลการดำเนินงานของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ และคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย อาจส่งผลต่อความต้องการรับความเสี่ยงโดยรวมและความสัมพันธ์ระหว่างคริปโตกับหุ้น สัญญาณหลักที่ควรติดตาม ได้แก่ การเติบโตของคลาวด์ อัตรากำไรจากการดำเนินงาน แนวทางการใช้จ่ายฝ่ายทุน และแนวโน้มกระแสเงินสด
Neutral
AI infrastructureCloud computingBig Tech earningsCapital expenditureFree cash flow

BNC ย้ายจากคลัง BNB ไปยังฝ่ายปฏิบัติการระบบนิเวศ

BNC ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น BNB Standard กำลังก้าวไปไกลกว่าการถือครอง BNB โดยหันมาดำเนินงานด้านโครงสร้างพื้นฐานและสนับสนุนระบบนิเวศของ BNB Chain การเปลี่ยนทิศทางนี้เกิดขึ้นหลังจากราคาหุ้นลดลงตลอดหนึ่งปี และเกิดข้อพิพาทด้านธรรมาภิบาลกับ 10X Capital บริษัทจัดการสินทรัพย์ เกี่ยวกับสัญญาบริหารจัดการระยะเวลา 20 ปีที่มีค่าธรรมเนียมรายปี 1.75% ในเดือนมิถุนายน 2026 BNC บรรลุข้อตกลงด้านธรรมาภิบาลกับ YZi Labs โดยมีตัวแทนของ YZi Labs เข้าร่วมเป็นกรรมการบริษัท ต่อมา Alex Odagiu นักลงทุนมากประสบการณ์ของ YZi Labs ได้รับตำแหน่งซีอีโอ BNC ระดมทุนได้ประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 และสะสมเงินสำรองไว้มากกว่า 510,000 BNB แผนต่อไปของบริษัทประกอบด้วยการดำเนินงานโหนดตรวจสอบธุรกรรม (validator) ของ BNB Chain การนำ BNB ของบริษัทเองไปสเตก และอาจได้รับค่าคอมมิชชันจากผู้ใช้อื่นที่มอบหมายสิทธิ์สเตก หากประเมินผลตอบแทนจากการสเตกไว้ที่ 0.6%–1% การนำเงินสำรองทั้งหมดไปสเตกอาจสร้างรายได้ประมาณ 3,000–5,200 BNB ต่อปี หรือราว 2.3–3.8 ล้านดอลลาร์ตามราคาที่บทความระบุ ผลตอบแทนจริงจะขึ้นอยู่กับกิจกรรมของเครือข่าย ปริมาณการสเตกที่ได้รับมอบหมาย และประสิทธิภาพของวาลิเดเตอร์ กลยุทธ์นี้อาจทำให้ BNC เป็นมากกว่าบริษัทจดทะเบียนที่ถือครอง BNB โดยเชื่อมโยงเงินทุนจากตลาดสาธารณะเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน และอาจรวมถึงการลงทุนในระบบนิเวศด้วย สำหรับเทรดเดอร์ นี่คือพัฒนาการเฉพาะของบริษัทที่อาจช่วยหนุนความสนใจใน BNB แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะมีแรงซื้ออย่างต่อเนื่องหรือราคาปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
Neutral
BNBBNB ChainCrypto treasury companiesValidator stakingCorporate governance

เกาหลีใต้พิจารณาเลื่อนการจัดเก็บภาษีคริปโตไปเป็นปี 2029

เกาหลีใต้กำลังพิจารณาเลื่อนการจัดเก็บภาษีกำไรจากการลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีเป็นครั้งที่สี่ โดยขยับวันเริ่มใช้ที่เสนอจากวันที่ 1 มกราคม 2027 เป็นวันที่ 1 มกราคม 2029 มีรายงานว่าสำนักงานประธานาธิบดีสนับสนุนการเลื่อน แต่คาดว่าจะมีข้อสรุปในช่วงต้นเดือนธันวาคม และการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา สมาชิกสภานิติบัญญัติคาดว่าจะเริ่มอภิปรายการแก้ไขกฎหมายภาษีเงินได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เดิมภาษีนี้มีกำหนดเริ่มใช้ในปี 2022 และถูกเลื่อนมาแล้วสามครั้ง คำร้องที่ขอให้เลื่อนออกไปสองปีมีผู้ลงชื่อ 50,000 คน เพิ่มแรงกดดันจากสมาชิกสภาหลายพรรค ภาษีคริปโทฯ ที่เสนอจะเรียกเก็บจากกำไรสุทธิรายปีที่ได้จากการโอนและการให้กู้ยืมสินทรัพย์คริปโท อัตราภาษีอยู่ที่ 20% หรือ 22% เมื่อรวมภาษีเงินได้ท้องถิ่น โดยหักลดหย่อนได้ 2.5 ล้านวอนหลังหักต้นทุนการได้มาแล้ว เจ้าหน้าที่ระบุว่าช่องโหว่ในการรายงานข้อมูลภาษีข้ามพรมแดนเป็นประเด็นกังวลสำคัญ: เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักรมีกำหนดเริ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลภายใต้กรอบการรายงานสินทรัพย์คริปโท (CARF) ของ OECD ตั้งแต่ปี 2027; สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ และฮ่องกงตั้งแต่ปี 2028; และสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2029 หากไม่มีข้อมูลจากสหรัฐฯ หน่วยงานรัฐอาจติดตามกิจกรรมบนแพลตฟอร์มซื้อขายต่างประเทศได้ยากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้แพลตฟอร์มในประเทศมีภาระการรายงานมากกว่า การเลื่อนภาษีคริปโทฯ เป็นครั้งที่สี่อาจทำให้นักลงทุนและแพลตฟอร์มซื้อขายในเกาหลีใต้มีเวลาเตรียมตัวมากขึ้นก่อนที่ภาษีจะมีผลบังคับใช้ แต่ข้อเสนอยังไม่แน่นอนจนกว่าสมาชิกสภาจะตัดสินใจ กำหนดเวลาที่ขยายออกไปอาจช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านการปฏิบัติตามกฎในระยะสั้น แต่ก็ทำให้ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีคริปโทฯ และการรายงานข้อมูลข้ามพรมแดนยืดเยื้อต่อไป
Neutral
South KoreaCrypto taxationCapital gains taxOECD CARFCross-border data sharing

คลังสำรองบิตคอยน์ของสหรัฐฯ: ประโยชน์ ความเสี่ยง และผลกระทบต่อตลาด

แนวคิดเรื่องทุนสำรอง Bitcoin ของสหรัฐฯ ทำให้เกิดคำถามว่ารัฐบาลจะได้มา รักษาความปลอดภัย และบริหารจัดการคริปโทเคอร์เรนซีนี้อย่างไร ทางเลือกหนึ่งคือเก็บ Bitcoin ที่ได้มาจากการยึดไว้แล้ว อีกทางเลือกคืออนุมัติให้ซื้อเพิ่ม ซึ่งจะต้องมีอำนาจตามกฎหมายแยกต่างหากและใช้งบประมาณภาครัฐ บทความระบุว่า ข้อเสนอ กฎหมายที่ประกาศใช้แล้ว และทุนสำรองที่ดำเนินงานได้จริงเป็นคนละขั้นตอนกัน โดยไม่ได้กล่าวว่ามีการอนุมัติทุนสำรองหรือการซื้อเพิ่มแล้ว ผู้สนับสนุนให้เหตุผลว่าทุนสำรอง Bitcoin อาจช่วยกระจายสินทรัพย์ของรัฐบาล เปิดโอกาสให้ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีอุปทานสูงสุด 21 ล้านเหรียญตามที่กำหนดไว้ในโปรโตคอล และช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายมีประสบการณ์ในการดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคา Bitcoin ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของกุญแจส่วนตัว ความไม่แน่นอนทางกฎหมายและการเมือง ตลอดจนต้นทุนค่าเสียโอกาสจากการใช้เงินสาธารณะ ล้วนเป็นความท้าทายสำคัญ ความขาดแคลนของ Bitcoin ไม่ได้รับประกันว่าราคาจะเพิ่มขึ้น และหากราคาลดลง 30% มูลค่าตลาดของสินทรัพย์ที่ถือครองมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์จะเหลือ 700 ล้านดอลลาร์ สำหรับนักเทรดคริปโท ผลกระทบต่อตลาดจะขึ้นอยู่กับว่าสหรัฐฯ จะเพียงเก็บ Bitcoin ที่ยึดมาได้ไว้ หรือจะซื้อเพิ่มด้วย การซื้ออาจสร้างอุปสงค์โดยตรง ส่วนการถือครองเหรียญที่มีอยู่ต่อไปอาจลดอุปทานที่มีโอกาสนำออกขาย การประกาศนโยบายอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาด แต่การเคลื่อนไหวของราคาจริงยังขึ้นอยู่กับสภาพคล่อง อัตราดอกเบี้ย กฎระเบียบ และความต้องการของนักลงทุนด้วย
Neutral
BitcoinUS Bitcoin reserveCrypto policyGovernment holdingsMarket impact

วิธีตรวจสอบปริมาณเหรียญ Stablecoin ที่หมุนเวียนอยู่

อุปทานหมุนเวียนของสเตเบิลคอยน์อาจแตกต่างกันไปตามผู้ให้บริการข้อมูล เนื่องจากใช้จุดตั้งต้น รายการที่ไม่นับรวม และคำจำกัดความที่ต่างกัน บทความเสนอแนวทางตรวจสอบ 6 ขั้นตอน ได้แก่ ตรวจสอบ totalSupply() ของสัญญาโทเคน ณ บล็อกที่ระบุ หักยอดที่ยังไม่ออกจำหน่าย ยอดที่ล็อกไว้ในบริดจ์ ยอดที่มีสินทรัพย์หนุนหลัง และยอดที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ หลีกเลี่ยงการนับโทเคนตัวแทนที่สร้างผลตอบแทนซ้ำ เปรียบเทียบอุปทานกับหลักประกัน ณ วันเดียวกัน ตรวจสอบสิทธิและข้อจำกัดในการไถ่ถอน และระบุวันที่ของตัวเลขทุกค่า บทความระบุว่า USDS มีมูลค่าราว 6.81 พันล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2026 ขณะที่ Sky Ecosystem รายงานมูลค่ารวมของ USDS และ DAI ที่ 11.48 พันล้านดอลลาร์ Sky รายงานหลักประกันมูลค่า 14.15 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.23 ดอลลาร์ต่ออุปทานสเตเบิลคอยน์ทุก 1 ดอลลาร์ บทความระบุว่า sUSDS เป็นสิทธิเรียกร้องต่อ USDS จึงไม่ควรนับเป็นอุปทานเพิ่มเติม สำหรับเทรดเดอร์ ประเด็นสำคัญคืออุปทานหมุนเวียนของสเตเบิลคอยน์ไม่มีตัวเลขเดียวที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน วิธีการคำนวณ ช่องทางการไถ่ถอน และหลักประกัน ล้วนมีความสำคัญต่อการประเมินสภาพคล่องและความเสี่ยง
Neutral
StablecoinsCirculating supplyUSDSCollateral reservesLiquidity risk

ต้นทุนการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนอาจจำกัดความสามารถในการทำกำไรของแพลตฟอร์ม RWA

การทำโทเค็นสามารถนำสินทรัพย์มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ขึ้นไปอยู่บนบล็อกเชนได้ แต่จำนวนดังกล่าวไม่ใช่รายได้ของแพลตฟอร์ม โครงการสมมติที่กล่าวถึงในบทความประเมินค่าใช้จ่ายเริ่มต้นสำหรับการพัฒนา งานด้านกฎหมาย การตรวจสอบความปลอดภัย การตรวจสอบสินทรัพย์ การรับฝาก และการเตรียมความพร้อมในการดำเนินงานไว้ที่ 500,000 ดอลลาร์ พร้อมค่าใช้จ่ายดำเนินงานรายปี 250,000 ดอลลาร์ ด้วยค่าธรรมเนียมบริหารรายปี 0.50% สินทรัพย์ที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมได้มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์จะสร้างรายได้รวม 500,000 ดอลลาร์ ภายใต้สมมติฐานดังกล่าว แพลตฟอร์มต้องมีสินทรัพย์ที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมได้ประมาณ 50 ล้านดอลลาร์เพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานรายปี โดยยังไม่รวมการคืนทุนเริ่มต้นหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ การทำโทเค็นอาจช่วยลดต้นทุนด้านการบริหาร การกระทบยอด และการชำระราคา แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะประหยัดได้ และผลประหยัดอาจเกิดขึ้นล่าช้าขณะที่กระบวนการดิจิทัลและแบบดั้งเดิมยังทำงานควบคู่กัน บทความอ้างประมาณการของ McKinsey ว่าสินทรัพย์ทางการเงินที่ทำโทเค็นอาจมีมูลค่าราว 2 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 โดยไม่รวมคริปโทเคอร์เรนซีและสเตเบิลคอยน์ ส่วนกรณีเชิงบวกอาจใกล้ 4 ล้านล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังรายงานตัวเลขจากแดชบอร์ด RWA.xyz ณ วันที่ 11 ตุลาคม 2026 ได้แก่ มูลค่าสินทรัพย์ที่กระจายแล้ว 39.22 พันล้านดอลลาร์ และมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวแทนอยู่ 357.50 พันล้านดอลลาร์ โดยระบุว่าเป็นคนละตัวชี้วัดและไม่ได้แสดงรายได้ของผู้ให้บริการหรือสภาพคล่องของตลาด ข้อสรุปสำคัญคือ ความสำเร็จเชิงพาณิชย์ของการทำโทเค็นขึ้นอยู่กับรายได้ประจำ ต้นทุนดำเนินงาน และการยอมรับของลูกค้า ไม่ใช่เพียงมูลค่าสินทรัพย์ที่นำขึ้นบล็อกเชน
Neutral
Asset tokenizationReal-world assets (RWA)Tokenization costsPlatform profitabilityMarket adoption

มาเลเซียยึดเซิร์ฟเวอร์ AI มูลค่า 12.1 ล้านดอลลาร์ ฐานต้องสงสัยลักลอบนำเข้า

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ศุลกากรมาเลเซียยึดเซิร์ฟเวอร์ 30 เครื่องที่มีชิป AI ขั้นสูงอยู่ภายใน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ โดยมีมูลค่าประมาณ 49.5 ล้านริงกิต (12.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) มีรายงานว่ามีการสำแดงสินค้าเท็จว่าเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป และส่งผ่านมาเลเซียเพื่อส่งออกต่อโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามที่กฎหมายการค้าเชิงยุทธศาสตร์ปี 2010 กำหนด ทางการระบุว่าคดีนี้เชื่อมโยงกับขบวนการลักลอบขนสินค้าที่ต้องสงสัย ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีอย่างน้อยห้าคดีที่มีชิปมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านริงกิต การยึดครั้งนี้เกิดขึ้นหลังคดีลักษณะคล้ายกันในเดือนมิถุนายน 2026 ซึ่งเกี่ยวข้องกับเซิร์ฟเวอร์ 72 เครื่อง มูลค่า 52.9 ล้านริงกิต ในปี 2025 มาเลเซียได้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมชิป AI ประสิทธิภาพสูงที่มีต้นกำเนิดจากสหรัฐฯ ท่ามกลางความพยายามจำกัดการส่งสินค้าไปยังจีน ยังไม่มีการเปิดเผยปลายทางสุดท้ายของสินค้าล็อตนี้ และการสอบสวนยังดำเนินอยู่ การยึดชิปครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าบทบาทของมาเลเซียในห่วงโซ่อุปทานชิป AI ทั่วโลกกำลังถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้น
Neutral
AI chipsMalaysiaSmugglingExport controlsTechnology supply chain

การเข้าถึงหุ้น IPO ของ Anthropic ผลักดันให้นักลงทุนเอเชียหันไปหาการลงทุนทางอ้อมในบริษัทเทคโนโลยีและคริปโท

มีรายงานว่าการเข้าถึง IPO ที่ Anthropic วางแผนไว้มีจำกัด ทำให้นักลงทุนเอเชียบางส่วนหันไปหาโอกาสลงทุนทางอ้อมผ่านหุ้น Amazon และ Alphabet หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ และอนุพันธ์คริปโทเคอร์เรนซี Anthropic ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาโมเดล AI Claude กำลังเตรียมเข้าจดทะเบียนใน Nasdaq แต่ยังไม่ได้กำหนดวัน IPO ขนาดการเสนอขาย หรือราคา มูลค่าของ Anthropic ในการ IPO ยังไม่แน่นอน โดยตัวชี้วัดตลาดบางส่วนบ่งชี้ว่าความคาดหวังต่ำกว่ามูลค่าในตลาดเอกชนก่อนหน้านี้ และมีความเป็นไปได้ที่มูลค่าจะต่ำกว่า 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ สำหรับผู้ค้า คริปโทฯ การเปลี่ยนแปลงที่มีรายงานนี้อาจทำให้อนุพันธ์และสินทรัพย์เสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ AI ได้รับความสนใจมากขึ้น แต่บทความไม่มีหลักฐานว่าราคาคริปโทฯ หรือเสถียรภาพของตลาดเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง นักลงทุนกำลังติดตามความคืบหน้าของเอกสาร IPO รายละเอียดการกำหนดราคา และสัญญาณจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรายใหญ่
Neutral
Anthropic IPOCrypto derivativesAsian investorsAI stocksSemiconductors

HYPE พุ่งขึ้น 4.8% หลัง Payward วางแผนเปิดตลาดสัญญาเพอร์เพทชวลในสหรัฐฯ

HYPE ซึ่งเป็นโทเคนประจำแพลตฟอร์ม Hyperliquid ปรับขึ้น 4.8% หลัง Payward บริษัทแม่ของ Kraken ประกาศแผนเปิดตลาดสัญญาเพอร์เพชวลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลในสหรัฐฯ บน Hyperliquid โครงการที่เสนอนี้จะใช้โครงสร้างพื้นฐาน HIP-3 ของแพลตฟอร์ม ซึ่งยังอยู่ในช่วงทดสอบบน testnet ทำให้ Payward เป็นหน่วยงานแรกที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ CFTC และเข้ามาพัฒนาบนโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว คาดว่า Bitnomial จะเป็นผู้สร้างตลาด ขณะที่ NinjaTrader Clearing จะดูแลบัญชีลูกค้า การเปิดตัวยังคงต้องผ่านการพิจารณาจากหน่วยงานกำกับดูแล ข่าวนี้อาจช่วยหนุนความเชื่อมั่นต่อ HYPE โดยบ่งชี้ถึงความสนใจจากสถาบันใน Hyperliquid และอนุพันธ์บนบล็อกเชนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการรับประกันว่าจะได้รับอนุมัติหรือเปิดใช้งานจริง เทรดเดอร์จะจับตาการตัดสินใจของหน่วยงานกำกับดูแลและความคืบหน้าของ HIP-3 ตลาดทำนายผลที่บทความอ้างถึงประเมินโอกาสที่ Hyperliquid จะมีราคาแตะ 100 ดอลลาร์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2026 ไว้ที่ 23%
Bullish
HYPEHyperliquidKrakenPerpetualsUS regulation

SLV: ภาวะอุปทานเงินขาดแคลนและความเสี่ยงด้านหนี้หนุนแนวโน้มขาขึ้น

บทความระบุว่า iShares Silver Trust (SLV) อาจช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงการลงทุนในเงินและใช้ป้องกันความเสี่ยงจากหนี้ทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้นได้ บทความชี้ว่าตลาดเงินขาดดุลเชิงโครงสร้างต่อเนื่องมาหกปี และคาดว่าอุปสงค์ภาคอุตสาหกรรมจะยังแข็งแกร่ง ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา SLV มีการปรับขึ้นและลงอย่างรุนแรง โดยราคาขยับจากต่ำกว่า 50 ดอลลาร์ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ 109 ดอลลาร์ ก่อนจะลดลงกลับมาต่ำกว่า 50 ดอลลาร์อีกครั้ง ผู้เขียนเห็นว่าราคาที่ลดลง ประกอบกับแนวโน้มอุปสงค์และอุปทาน สนับสนุนการถือสถานะซื้อ บทความยังกล่าวถึงต้นทุนการชำระหนี้ที่เพิ่มขึ้นในญี่ปุ่นและสหรัฐฯ พร้อมเสนอว่าต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและตลาดแรงงานที่อ่อนแอลงอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนถึงปี 2027 ทั้งหมดนี้เป็นมุมมองการลงทุนของผู้เขียน ไม่ใช่การคาดการณ์ที่รับประกันผล
Neutral
SLVSilverIndustrial demandSupply deficitGlobal debt

Brown Advisory เพิ่ม Tyler Technologies, Boston Scientific และ S&P Global

บทวิเคราะห์ไตรมาส 3 ปี 2026 ของกลยุทธ์ Flexible Equity จาก Brown Advisory ระบุว่า บริษัทคลาวด์ไฮเปอร์สเกลรายใหญ่ของสหรัฐฯ คาดว่าจะใช้จ่ายด้านเงินลงทุนราว 700,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 กลยุทธ์นี้อาศัยจังหวะที่หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ถูกเทขายเพื่อเริ่มลงทุนใน Tyler Technologies นอกจากนี้ยังเปิดสถานะลงทุนใน Boston Scientific และ S&P Global กองทุนขายหุ้นที่ถืออยู่ใน Intuit, Carrier Global, Lowe’s, American International Group และ Illumina บทวิเคราะห์นี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงในพอร์ตหุ้นจดทะเบียน โดยไม่ได้รายงานการถือครองหรือการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล
Neutral
Brown AdvisoryUS equitiesCloud capital expenditureSoftware stocksPortfolio changes

JPM Coin ขยายสู่ Ethereum สำหรับลูกค้าสถาบัน

J.P. Morgan ประกาศเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2026 ว่า JPM Coin (JPMD) ซึ่งเป็นโทเคนดิจิทัลที่มีเงินฝากเป็นหลักประกัน พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าสถาบันที่ได้รับอนุมัติบนเครือข่ายหลักของ Ethereum แล้ว ก่อนหน้านี้ JPM Coin ทำงานบน Base ซึ่งเป็นเครือข่ายเลเยอร์ 2 ของ Ethereum อยู่แล้ว ทำให้ Ethereum เป็นบล็อกเชนสาธารณะแห่งที่สองของโทเคนนี้ ธนาคารระบุว่าสภาพคล่องของ Ethereum และกิจกรรมด้านสินทรัพย์โทเคนเป็นเหตุผลของการขยายบริการ JPM Coin ใช้แทนเงินฝากที่ถืออยู่กับ J.P. Morgan ไม่ใช่สเตเบิลคอยน์สำหรับผู้ใช้รายย่อยที่ไม่มีข้อจำกัดอย่าง USDC การเข้าถึงและการโอนยังคงอยู่ภายใต้ข้อกำหนดและการควบคุมของโครงการที่ธนาคารกำหนด ลูกค้าที่ได้รับอนุมัติสามารถใช้ JPM Coin เพื่อชำระเงิน ชำระราคาในการซื้อขาย และใช้งานกับสินทรัพย์โทเคนได้ Kinexys ประมวลผลธุรกรรมมากกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน ขณะที่ J.P. Morgan ยังไม่ได้เปิดเผยปริมาณ JPMD ที่หมุนเวียนอยู่ โดยธนาคารจัดการการชำระเงินราว 12 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน การเปิดให้ใช้งานบน Ethereum อาจช่วยให้สถาบันต่าง ๆ ประสานการชำระเงิน เงินสด หลักทรัพย์ และหลักประกันผ่านโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนร่วมกันได้ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการนี้ไม่ได้ขจัดความเสี่ยงทางกฎหมายหรือความเสี่ยงจากคู่สัญญา และการประกาศเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าจะมีการใช้งานอย่างแพร่หลาย หรือหมายความว่ามูลค่าตลาดของ ETH จะเปลี่ยนแปลงทันที นักเทรดจะจับตาปริมาณธุรกรรม การผสานระบบใหม่ ๆ และรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อกำหนดและการควบคุมการดำเนินงาน
Neutral
JPM CoinEthereumInstitutional cryptoTokenized assetsDeposit tokens

บิตคอยน์ทรงตัวเหนือ 80,000 ดอลลาร์ ขณะตลาดจับตาการตัดสินใจของเฟดและกระแสเงินทุน

Bitcoin ฟื้นตัวขึ้นไปใกล้ 83,000 ดอลลาร์ในช่วงต้นของระยะดังกล่าว ก่อนจะถอยลงมาและซื้อขายใกล้ 80,800 ดอลลาร์ก่อนการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในวันที่ 28 ตุลาคม ภายใน 24 ชั่วโมง ราคาเคลื่อนไหวในช่วง 79,416–81,159 ดอลลาร์ นักเทรดกำลังจับตาว่า Bitcoin จะรักษาแนวรับใกล้ 80,000 ดอลลาร์และกลับขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านที่ 81,400–82,500 ดอลลาร์ได้หรือไม่ หากฟื้นตัวได้แข็งแกร่งขึ้น ระดับ 84,400–85,000 ดอลลาร์อาจเป็นเป้าหมายถัดไป ขณะที่แนวรับด้านล่างอยู่ใกล้ 78,000 และ 76,000 ดอลลาร์ กระแสเงินทุนของกองทุน Bitcoin ETF แบบสปอตผันผวน กองทุนมีเงินไหลเข้าสุทธิ 526.7 ล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ซึ่งพลิกจากเงินไหลออกในรอบก่อนหน้า ต่อมาในวันที่ 26 ตุลาคม กองทุนดึงดูดเงินได้ 110.3 ล้านดอลลาร์ หลังจากมีเงินไหลออกสองรอบรวมประมาณ 773.5 ล้านดอลลาร์ ก่อนที่เงินไหลเข้าจะชะลอลงเหลือราว 24.54 ล้านดอลลาร์ในวันถัดมา Santiment ยังรายงานว่า Bitcoin ไหลออกจากกระดานเทรดสุทธิ 14,942 BTC ซึ่งเป็นยอดถอนรายวันที่สูงที่สุดในรอบห้าสัปดาห์ กระแสเหล่านี้อาจช่วยลดแรงขายในระยะใกล้ แต่ยังไม่ยืนยันว่ามีการสะสมอย่างต่อเนื่อง ตลาดโดยรวมคาดว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75%–4.00% แนวทางของ Fed ตลอดจนข้อมูลเงินเฟ้อและเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจส่งผลต่อสภาพคล่องและความต้องการรับความเสี่ยง ความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงรายงานเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน เพิ่มความไม่แน่นอนและอาจดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง ดังนั้นทิศทาง Bitcoin ในระยะใกล้อาจขึ้นอยู่กับถ้อยแถลงของ Fed ความต้องการ ETF และการที่ผู้ซื้อสามารถปกป้องแนวรับไว้ได้หรือไม่
Neutral
BitcoinSpot Bitcoin ETFsFederal ReserveExchange outflowsGeopolitical risk

ข้อมูลรั่วไหลที่ Coinbase และ Bithumb เพิ่มความเสี่ยงจากฟิชชิง

เหตุการณ์ด้านความปลอดภัยของข้อมูลที่เกิดขึ้นแยกกันใน Coinbase, Bithumb, Daishin Securities และ Mirae Asset ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับฟิชชิงและความปลอดภัยของบัญชี เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้บ่งชี้ว่าระบบซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีหรือเงินทุนของลูกค้าถูกเจาะหรือถูกยึดครอง Coinbase ระบุว่าการรั่วไหลที่ Amplitude ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูล ทำให้ข้อมูลติดต่อของลูกค้ากลุ่มเล็ก ๆ ถูกเปิดเผย บริษัทแจ้งว่าไม่มีการเข้าถึงระบบของตนโดยไม่ได้รับอนุญาต และเงินทุนยังคงปลอดภัย ส่วน Bithumb เปิดเผยว่าระบบกรุ๊ปแวร์ภายในสำหรับอุปกรณ์มือถือถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม และกำลังตรวจสอบว่าข้อมูลส่วนบุคคลใดบ้างที่ถูกเปิดเผย บริษัทระบุว่าระบบดังกล่าวแยกออกจากโครงสร้างพื้นฐานด้านการซื้อขาย ในเกาหลีใต้ Daishin Securities รายงานว่าข้อมูลของลูกค้า 38,490 รายถูกเปิดเผย ซึ่งรวมถึงข้อมูลติดต่อและข้อมูลบัญชีธนาคารกับบัญชีหลักทรัพย์ หมายเลขบัญชีและหมายเลขโทรศัพท์บางส่วนได้รับการเข้ารหัส Mirae Asset ระบุว่าการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตส่งผลกระทบต่อระบบธุรกิจภายในบางระบบ แต่ไม่พบหลักฐานว่าข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลเครดิตของนักลงทุนถูกเจาะ Changpeng Zhao ผู้ร่วมก่อตั้ง Binance เตือนว่าข้อมูลติดต่อที่รั่วไหลอาจเอื้อให้เกิดฟิชชิง การสวมรอยเปลี่ยนซิม และวิศวกรรมสังคม เขาแนะนำให้ผู้ใช้ตั้งรหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกัน ใช้การยืนยันตัวตนสองขั้นตอนที่รัดกุมขึ้น ตั้งมาตรการป้องกันการถอนเงิน และระมัดระวังข้อความจากฝ่ายสนับสนุนที่ไม่ได้ร้องขอ เหตุการณ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นความเสี่ยงจากผู้ให้บริการภายนอกและการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล แม้สินทรัพย์คริปโทและระบบซื้อขายหลักจะไม่ได้รับผลกระทบก็ตาม
Neutral
Data breachesCybersecurityCoinbaseBithumbPhishing risks

Zcash ถกเถียงเรื่องการยุติเงินทุนสนับสนุนนักพัฒนา ขณะที่เงินคลังทะลุ 125 ล้านดอลลาร์

Zcash กำลังเผชิญการถกเถียงครั้งสำคัญเรื่องเงินทุน ขณะที่ชุมชนกำลังพิจารณาว่าจะยุติเงินสนับสนุนนักพัฒนาหรือไม่ ในช่วงที่โครงการกำลังได้รับแรงหนุนทั้งในตลาดและจากผู้ใช้ Sean Bowe ผู้ร่วมก่อตั้ง Zcash เสนอให้หยุดการจัดสรรเงินอัตโนมัติให้โครงการ Zcash Community Grants (ZCG) ซึ่งมีสินทรัพย์มากกว่า 125 ล้านดอลลาร์ แผนของเขาจะนำส่วนแบ่ง 8% ของรางวัลบล็อกในอนาคตที่จัดสรรให้โครงการไปให้ Network Sustainability Mechanism โดยไม่แตะต้องเงินทุนที่ ZCG มีอยู่แล้ว ข้อเสนออื่น ๆ มีแนวทางที่เข้มข้นกว่า Maxime Desalle ต้องการยุบ ZCG และโอนเงินที่ยังไม่ได้ผูกพัน หลังจ่ายเงินให้ทุนที่ได้รับอนุมัติแล้ว Josh Swihart ผู้ก่อตั้ง ZODL และ Tyler Winklevoss ผู้ร่วมก่อตั้ง Gemini สนับสนุนการยุติเงินทุนในรูปแบบเงินให้ทุนในวงกว้าง รวมถึงเงินอีกส่วนที่แยกต่างหากและอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ถือโทเคน ส่วน Dismad ผู้มีส่วนร่วมในชุมชนเสนอให้ทยอยลดสัดส่วนเงินสำหรับนักพัฒนาจาก 20% จนเหลือศูนย์ภายในปี 2036 การถกเถียงเกิดขึ้นในช่วงที่ Zcash ครบรอบ 10 ปี และความต้องการใช้ฟีเจอร์ความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้น ตามตัวเลขที่บทความอ้างอิง ZEC ปรับขึ้นราว 260% ในรอบปีที่ผ่านมา และซื้อขายอยู่เหนือ 1,200 ดอลลาร์ ในช่วงปลายเดือนตุลาคม จำนวนธุรกรรมเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ประมาณ 11,300 รายการ เพิ่มขึ้น 70% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ธุรกรรมแบบปกปิดคิดเป็น 62% ของกิจกรรมทั้งหมด มี ZEC ราว 4.96 ล้านเหรียญ หรือ 29% ของอุปทานหมุนเวียน อยู่ในพูลแบบปกปิด การตัดสินใจครั้งนี้อาจกำหนดขีดความสามารถในการพัฒนา Zcash ในระยะยาว และวิธีจัดสรร ZEC ที่ออกใหม่ Grayscale ระบุว่าการคงเงินทุนไว้อย่างต่อเนื่องมีความสำคัญต่อการอัปเกรด ความปลอดภัย และงานในอนาคต รวมถึงการต้านทานคอมพิวเตอร์ควอนตัม
Neutral
ZcashDeveloper fundingGovernancePrivacy coinsZEC

Bitget Wallet เพิ่มการโอนเงินผ่านธนาคารในบริการสเตเบิลคอยน์

Bitget Wallet เปิดตัวบัญชีเสมือนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและยูโร ขยายบริการจากกระเป๋าคริปโตไปสู่การชำระเงินข้ามพรมแดน บริการนี้พัฒนาร่วมกับ Noah ผู้ให้บริการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ โดยผู้ใช้สามารถรับเงินเป็นดอลลาร์ผ่าน ACH, Fedwire หรือ SWIFT และรับเงินเป็นยูโรผ่าน SEPA เงินจะถูกแปลงเป็นสเตเบิลคอยน์และส่งไปยังกระเป๋าเงินแบบดูแลสินทรัพย์ด้วยตนเองของผู้ใช้ ส่วนผู้ชำระเงินสามารถใช้การโอนเงินผ่านธนาคารแบบที่คุ้นเคยได้โดยไม่ต้องจัดการกับคริปโต
Neutral
Bitget WalletStablecoin paymentsCross-border paymentsVirtual accountsSelf-custody

การสอบสวนกรณีแฮ็ก Bithumb ยังดำเนินต่อไป โดยไม่มีรายงานการสูญเสียคริปโต

Bithumb ระบุว่าบุคคลภายนอกเจาะระบบสื่อสารผ่านมือถือภายในที่พนักงานใช้ และขโมยข้อมูลส่วนบุคคลไป แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีของเกาหลีใต้กำลังตรวจสอบว่าข้อมูลสมาชิกถูกเปิดเผยหรือไม่ มีผู้ได้รับผลกระทบกี่คน และการฝากหรือถอนเงินขัดข้องหรือไม่ Bithumb ได้แจ้งหน่วยงานทางการของเกาหลีใต้แล้ว ซึ่งรวมถึง KISA และคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แพลตฟอร์มระบุว่าระบบที่ถูกเจาะแยกจากโครงสร้างพื้นฐานด้านการซื้อขาย ไม่มีรายงานว่าลูกค้าสูญเสียสินทรัพย์คริปโทหรือระบบซื้อขายได้รับผลกระทบโดยตรง และ Bithumb ยังไม่ได้เปิดเผยลำดับเหตุการณ์อย่างครบถ้วนหรือจำนวนบัญชีที่ได้รับผลกระทบ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการโจมตีทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นในภาคการเงินของเกาหลีใต้ โดยสำนักงานกำกับดูแลบริการทางการเงินระบุว่า มีสถาบัน 16 แห่งตกเป็นเป้าหมายภายในวันที่ 14 ตุลาคม Daishin Securities รายงานว่าข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลเครดิตของลูกค้า 38,490 รายถูกเปิดเผย ขณะที่ Mirae Asset Global Investments ระบุว่าสามารถสกัดกั้นการเข้าถึงที่น่าสงสัยได้ โดยข้อมูลนักลงทุนไม่ได้รับผลกระทบ สำหรับนักเทรด ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือ Bithumb จะยืนยันหรือไม่ว่าข้อมูลสมาชิกถูกละเมิด และจะดำเนินการแก้ไขอย่างไร การสอบสวนอาจนำไปสู่การตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น และเพิ่มแรงกดดันต่อการกำกับดูแลกิจการของแพลตฟอร์ม ซึ่งมีแผนเข้าจดทะเบียนในปี 2028 เหตุการณ์นี้ยังทำให้มาตรการควบคุมของ Bithumb กลับมาได้รับความสนใจ หลังเกิดความผิดพลาดในเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อแพลตฟอร์มโอน 620,000 BTC ให้ลูกค้าโดยผิดพลาด แทนที่จะเป็น 620,000 วอน จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีรายงานผลกระทบโดยตรงต่อการซื้อขายบน Bithumb หรือสินทรัพย์ของลูกค้า
Neutral
BithumbCrypto exchange securityCyberattackSouth KoreaData breach investigation

Datavault AI ปรับปรุงงบการเงินใหม่ หลังเข้าถึง Bitcoin ไม่ได้

หุ้น Datavault AI (DVLT) ร่วงลง 49.6% มาอยู่ที่ประมาณ 0.067 ดอลลาร์ในวันที่ 27 ตุลาคม ขณะที่ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นเกือบ 250 ล้านหุ้น หรือราวแปดเท่าของวันซื้อขายก่อนหน้า การเทขายเกิดขึ้นหลังจากเอกสารที่ยื่นต่อ SEC เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมเปิดเผยข้อผิดพลาดทางบัญชีและปัญหาเกี่ยวกับการดูแลรักษา Bitcoin Datavault AI ระบุว่า Bitcoin ที่ได้รับจากธุรกรรมหุ้นมูลค่า 150 ล้านดอลลาร์กับ Scilex Holding ในปี 2025 ไม่ควรถูกบันทึกเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัท บริษัทจะปรับปรุงงบรายงานย้อนหลังสี่งวด โดยจัดประเภทเงินจำนวนดังกล่าวใหม่เป็นลูกหนี้จากการจองซื้อหุ้นและรายการหักออกจากส่วนของผู้ถือหุ้น คาดว่าการปรับปรุงงบจะทำให้สินทรัพย์รวมที่รายงานลดลง 8.1 ล้านดอลลาร์ เหลือ 92.2 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ได้รับผลกระทบ บันทึกของบริษัทแสดงว่า Bitcoin จำนวน 1,309.04 BTC ถูกโอนเข้าบัญชี หลังจาก Datavault AI ขาย Bitcoin จำนวน 491.431 BTC คืนให้ Scilex ในราคาประมาณ 40.5 ล้านดอลลาร์ ก็ยังเหลืออยู่ราว 817.609 BTC นับตั้งแต่ยื่นคำขอโอนในเดือนมิถุนายน 2026 บริษัทไม่สามารถถอน Bitcoin ที่เก็บไว้ผ่านแพลตฟอร์ม Biconomy ซึ่งเป็นผู้ให้บริการภายนอกได้ บริษัทไม่ได้ยืนยันว่าเงินดังกล่าวสูญหายหรือถูกยักยอก และเอกสารที่ยื่นก็ไม่ได้ระบุสาเหตุที่ไม่สามารถถอนเงินได้ Datavault AI กำลังประเมินความสามารถในการดำเนินธุรกิจต่อไป และเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะยื่นเอกสารล่าช้า ความต้องการเงินทุน จุดอ่อนในการควบคุมทางการเงิน และความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ Nasdaq การกู้คืน Bitcoin หรือเรียกเก็บลูกหนี้จาก Scilex ยังคงไม่แน่นอน สำหรับผู้ซื้อขายคริปโท การเปิดเผยนี้ชี้ให้เห็นความเสี่ยงด้านการรับฝากสินทรัพย์และความเสี่ยงจากคู่สัญญา แต่ปฏิกิริยาของตลาดในทันทีเกิดขึ้นกับหุ้น DVLT มากกว่า Bitcoin ผู้ซื้อขายจะจับตากำหนดการปรับปรุงงบ รายงานประจำไตรมาสฉบับถัดไป และดูว่าจะมีการปล่อย Bitcoin หรือ Scilex จะชำระหนี้หรือไม่
Neutral
Datavault AIBitcoinFinancial restatementCustody riskNasdaq compliance

Bybit ได้รับใบอนุญาตตลาดซื้อขายสปอตจาก VARA ดูไบ

Bybit ระบุว่าบริษัทในดูไบของตนคือ Bybit Fintech FZE ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลสินทรัพย์เสมือน (VARA) สำหรับบริการแพลตฟอร์มซื้อขาย รวมถึงการซื้อขายแบบสปอต การอนุมัตินี้มีผลกับนิติบุคคลท้องถิ่นที่ระบุไว้เท่านั้น ไม่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของ Bybit หรือผู้ใช้ทั่วโลก ส่วนผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ไม่ได้อยู่ในขอบเขตและต้องได้รับอนุมัติแยกต่างหาก Bybit ประกาศเรื่องใบอนุญาตเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2026 ขณะที่ทะเบียนของ VARA ระบุวันที่ออกใบอนุญาตเป็น 20 มิถุนายน รายงานหนึ่งระบุว่า ในวันประกาศ ทะเบียนยังแสดงสถานะ “Pending” (รอดำเนินการ) ทำให้ลำดับเวลาของสถานะใบอนุญาตยังไม่ชัดเจน ใบอนุญาตนี้ปิดท้ายกระบวนการที่เริ่มจากการอนุมัติเบื้องต้นในเดือนมีนาคม 2022 นอกจากนี้ Bybit ยังมีใบอนุญาตระดับรัฐบาลกลางของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งออกโดยสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และสินค้าโภคภัณฑ์ในเดือนตุลาคม 2025 และระบุว่ามีแผนขออนุมัติเพื่อให้บริการอนุพันธ์ในดูไบ ความคืบหน้าด้านกฎระเบียบนี้เกิดขึ้นหลังจาก Bybit ถูกขโมย ETH และโทเคนอื่น ๆ มูลค่าเกือบ 1.5 พันล้านดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ซึ่ง FBI ระบุว่าเป็นฝีมือของกลุ่ม Lazarus จากเกาหลีเหนือ ใบอนุญาตอาจช่วยสนับสนุนการดำเนินงานในท้องถิ่นและความสัมพันธ์กับสถาบันต่าง ๆ ของ Bybit แต่ผู้ค้าควรติดตามคำชี้แจงเกี่ยวกับข้อมูลในทะเบียน VARA คุณสมบัติของลูกค้าที่มีสิทธิ์ใช้บริการ และการอนุมัติผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม
Neutral
BybitDubaiVARACrypto regulationSpot trading

CXMT วางแผนเปิดตัว HBM3E แม้อัตราผลผลิตที่ได้มาตรฐานอยู่ที่ 20%-30%

ChangXin Memory Technologies (CXMT) ผู้ผลิต DRAM รายใหญ่ที่สุดของจีน วางแผนเริ่มผลิต HBM3E เชิงพาณิชย์ในปริมาณจำกัดภายในสองเดือน แม้มีรายงานว่าอัตราการผลิตชิปที่ผ่านเกณฑ์อยู่ที่เพียง 20%–30% นั่นหมายความว่าชิปส่วนใหญ่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ ขณะที่คู่แข่งอย่าง SK Hynix มีรายงานว่าทำอัตราการผลิตชิปที่ผ่านเกณฑ์ได้ราว 70% สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เทียบเคียงกัน นอกจากนี้ HBM3E ของ CXMT ยังมีรายงานว่าทำผลงานในการทดสอบตามหลังคู่แข่งจากเกาหลีใต้ และอาจมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ HBM3 รุ่นก่อนหน้า CXMT ส่งตัวอย่างให้ลูกค้าในประเทศแล้ว รวมถึง T-Head หน่วยธุรกิจชิปของ Alibaba และ Cambricon บริษัทออกแบบชิป AI มาตรการควบคุมการส่งออกที่สหรัฐฯ บังคับใช้ในเดือนธันวาคม 2024 จำกัดการเข้าถึง HBM ขั้นสูงจากต่างประเทศของจีน จนเกิดภาวะขาดแคลนอุปทานในประเทศ ภาวะขาดแคลนดังกล่าวอาจทำให้ลูกค้าของ CXMT ยอมประเมินชิปของบริษัท แม้อัตราการผลิตชิปที่ผ่านเกณฑ์ต่ำและมีปริมาณการผลิตจำกัด การเปิดตัวอาจช่วยให้ CXMT ได้รับความเห็นจากลูกค้าระหว่างพัฒนาการผลิต แต่ในระยะใกล้แทบไม่เป็นภัยคุกคามทางการแข่งขันต่อผู้จัดหาหน่วยความจำชั้นนำ
Neutral
CXMTHBM3EAI memorySemiconductorsUS export controls

Binance เตรียมหยุดการโอน Ethereum และถอดคู่เทรดออกจากรายการ

Binance จะระงับการฝากและถอนผ่านเครือข่าย Ethereum (ETH) ชั่วคราวในวันที่ 28 ตุลาคมเป็นเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง เพื่อบำรุงรักษากระเป๋าเงินดิจิทัล การซื้อขาย ETH และโทเคนอื่น ๆ จะยังคงทำได้ โดย Binance ระบุว่าจะกลับมาให้บริการโอนอีกครั้งเมื่อเครือข่ายมีเสถียรภาพ ในวันที่ 30 ตุลาคม Binance จะถอดคู่เทรดสปอตที่เสนอราคาเป็น BTC จำนวน 12 คู่ และคู่เทรดมาร์จิน 10 คู่ ออกจากรายการซื้อขาย แพลตฟอร์มระบุว่าการถอดรายการดังกล่าวเป็นผลจากการทบทวนสภาพคล่อง ปริมาณการซื้อขาย และเกณฑ์การลิสต์รายการอื่น ๆ โทเคนที่ได้รับผลกระทบจะยังซื้อขายได้ผ่านคู่เทรดอื่นที่รองรับ ดังนั้นการถอดคู่เทรดไม่ได้หมายความว่าสินทรัพย์เหล่านั้นจะถูกนำออกจากแพลตฟอร์มทั้งหมด Binance ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงที่ประกาศไม่ได้ทำให้ราคาเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญ ในทางกลับกัน การยุติบริการทั้งหมดสำหรับ EPIC และ QUICK ในอดีตตามมาด้วยราคาที่ลดลงอย่างรุนแรง
Neutral
BinanceEthereumExchange maintenanceTrading pair delistingCrypto market

ผลประกอบการ NXP ไตรมาส 3 ปี 2026: รายได้เพิ่มขึ้น 19%

NXP Semiconductors รายงานรายได้ไตรมาส 3 ปี 2026 ที่ 3.79 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 19.32% เมื่อเทียบกับปีก่อน และสูงกว่าประมาณการ 22.66 ล้านดอลลาร์ กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 4.20 ดอลลาร์ สูงกว่าที่คาดไว้ 0.08 ดอลลาร์ บริษัทเผยแพร่เอกสารนำเสนอสำหรับการประชุมแถลงผลประกอบการพร้อมกับการรายงานผล ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนภาพรวมของอุปสงค์ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และภาคเทคโนโลยีในวงกว้าง แต่บทความไม่มีข้อมูลอัปเดตโดยตรงเกี่ยวกับตลาดคริปโทเคอร์เรนซีหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบล็อกเชน
Neutral
NXP SemiconductorsQ3 2026 earningsSemiconductorsTechnology stocksCrypto market impact

พันธบัตรรัฐบาลที่แปลงเป็นโทเคนบน Avalanche สามารถใช้เป็นหลักประกันได้

Lynq และ ZeroBeta ได้ผสานแพลตฟอร์มของตนบน Avalanche ทำให้สถาบันต่าง ๆ สามารถใช้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ แบบโทเคนที่เข้าเกณฑ์เป็นหลักประกันสำหรับการกู้ยืมแบบมีหลักประกันและการวางมาร์จินในการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล โดยสินทรัพย์ที่ถือครองยังคงสร้างดอกเบี้ยต่อไป ระบบพันธบัตรรัฐบาลแบบโทเคนบน Avalanche เชื่อมแพลตฟอร์มบริหารความเสี่ยง BlueShift ของ ZeroBeta เข้ากับเครือข่ายชำระธุรกรรมของ Lynq โดย BlueShift จะติดตามข้อกำหนดด้านหลักประกันและสั่งการให้ปรับเปลี่ยน ขณะที่ Lynq ถือครองสินทรัพย์และนำไปวางเป็นหลักประกันหรือปลดหลักประกันบนเครือข่ายของตน Lynq ระบุว่ามีสินทรัพย์บนแพลตฟอร์มมากกว่า 89 ล้านดอลลาร์ และมีบริษัทสถาบันเข้าร่วมแล้วกว่า 40 แห่ง แต่ไม่ได้ระบุว่ามีสินทรัพย์มูลค่าเท่าใดที่เกี่ยวข้องกับการผสานระบบครั้งนี้ ทั้งสองบริษัทยังไม่ได้เปิดเผยชื่อผู้ใช้ที่ทำธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์ และไม่ได้เปิดเผยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ส่วนลดมูลค่าหลักประกัน เกณฑ์มาร์จิน หรือจำนวนสินทรัพย์ที่นำไปวางเป็นหลักประกัน ความร่วมมือนี้เพิ่มกรณีการใช้งานระดับสถาบันให้แก่พันธบัตรรัฐบาลแบบโทเคนบน Avalanche ท่ามกลางกิจกรรมจัดหาเงินทุนโดยใช้สินทรัพย์โทเคนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงศูนย์สินเชื่อบน Avalanche ที่ Aave วางแผนไว้ และธุรกรรมรีโปพันธบัตรรัฐบาลแบบโทเคนของ BNY ที่มีรายงานออกมา ผลกระทบต่อตลาดยังไม่แน่ชัดจนกว่าจะมีข้อมูลการใช้งานจริงและปริมาณธุรกรรม
Neutral
AvalancheTokenized TreasuriesInstitutional CryptoCollateralDeFi

Anchorage ขยายบริการรับฝากสินทรัพย์ MXNB ของ Bitso ให้ครอบคลุม 6 บล็อกเชน

Anchorage Digital Bank ขยายความร่วมมือกับ Bitso เพื่อให้บริการรับฝากสินทรัพย์ MXNB ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์ของ Bitso ที่ผูกกับเงินเปโซเม็กซิโก บนเครือข่าย Arbitrum, Base, Ethereum, Polygon, Avalanche และ Arc การขยายไปยังหกเครือข่ายช่วยเพิ่มการใช้งาน MXNB บนบล็อกเชน และอาจสนับสนุนการใช้เหรียญนี้ในเส้นทางการโอนเงินระหว่างสหรัฐฯ กับเม็กซิโก ซึ่งมีมูลค่าการโอนหลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี Bitso ระบุว่าปัจจุบันมีการใช้โครงสร้างพื้นฐานของบริษัทกับธุรกรรมในเส้นทางดังกล่าวราว 15% นอกจากนี้ Bitso ยังนำ USDPT ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์ที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐของ Western Union และ USAT ของ Tether เข้ามาจดทะเบียน โดยตามรายงานที่ได้รับ Anchorage Digital Bank เป็นผู้ออกและผู้รับฝากสินทรัพย์ทั้งสองรายการ ผู้ใช้ในเม็กซิโกสามารถซื้อและขาย USDPT ด้วยเงินเปโซผ่านแอป Bitso ส่วนตัวแทน Western Union ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์สามารถแลกเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ที่รองรับได้ ความร่วมมือนี้ช่วยเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินและการรับฝากสเตเบิลคอยน์ภายใต้การกำกับดูแล ท่ามกลางการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในลาตินอเมริกา อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บ่งชี้ว่าจะมีปัจจัยกระตุ้นราคาในทันทีสำหรับสินทรัพย์คริปโตที่เกี่ยวข้อง
Neutral
StablecoinsAnchorage DigitalBitsoCustodyPayments