alltrending-24htrending-weektrending-monthtrending-year

ข่าวคริปโตเคอร์เรนซี

Nvidia จ้างผู้บริหารจาก Google และ Microsoft เพื่อขยายยอดขาย AI ให้แก่องค์กรธุรกิจ

Nvidia ว่าจ้างผู้บริหารระดับสูงสองคนจากบริษัทเทคโนโลยีและคลาวด์รายใหญ่ ขณะที่บริษัทขยายธุรกิจ AI สำหรับองค์กร Alison Wagonfeld อดีตผู้บริหารฝ่ายการตลาดของ Google Cloud เข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดคนแรกของ Nvidia ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 และรายงานตรงต่อ Jensen Huang ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ส่วน Nick Parker ซึ่งทำงานกับ Microsoft มานาน 26 ปี เข้าร่วมบริษัทในเดือนสิงหาคมในตำแหน่งรองประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการภาคสนามทั่วโลก โดยรับช่วงต่อจาก Jay Puri ค่าตอบแทนของ Parker ที่เปิดเผยประกอบด้วยเงินเดือนพื้นฐาน 1 ล้านดอลลาร์ โบนัสเซ็นสัญญา 5 ล้านดอลลาร์ และหุ้นมูลค่า 40 ล้านดอลลาร์ การแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามของ Nvidia ที่จะขยายธุรกิจให้ไกลกว่าการขายชิป ไปสู่การนำเสนอโซลูชัน AI สำหรับองค์กรและบริการ AI บนคลาวด์ที่ซับซ้อน ซึ่งต้องใช้วงจรการขายยาวนานขึ้นและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น นักลงทุนจะจับตาดูการเปลี่ยนแปลงในกลยุทธ์การขายของ Nvidia และสัดส่วนรายได้จากบริการสำหรับองค์กรว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือไม่ การเปลี่ยนผ่านผู้นำยังมีความเสี่ยงด้านการดำเนินงานด้วย
Neutral
NvidiaArtificial intelligenceEnterprise salesCloud computingExecutive hiring

Strive ระดมทุน 630 ล้านดอลลาร์ผ่านหุ้นบุริมสิทธิ SATS ที่ให้ผลตอบแทนสูง

Strive, Inc. (ASST) ระดมทุนได้ 630 ล้านดอลลาร์จากการขายหุ้นบุริมสิทธิถาวร SATS Series A จำนวน 7 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 90 ดอลลาร์ โดยมีอัตราเงินปันผล 15% หลังหักค่าใช้จ่ายในการรับประกันการจำหน่าย 21 ล้านดอลลาร์แล้ว การเสนอขายครั้งนี้ทำให้ Strive มีเงินทุนสำหรับกลยุทธ์ที่มุ่งเน้น Bitcoin เมื่อคิดจากราคาเสนอขาย SATS ให้ผลตอบแทน 16.67% SATS ไม่มีกำหนดไถ่ถอน และมีลำดับสิทธิเรียกร้องด้อยกว่าหุ้นบุริมสิทธิ SATA ของ Strive จึงเพิ่มความเสี่ยงที่นักลงทุนอาจไม่ได้รับเงินต้นคืน Strive ระบุว่าเงินสำรองของบริษัทครอบคลุมเงินปันผลได้ 18 เดือน แต่บริษัทมีภาระจ่ายเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิประมาณ 287.4 ล้านดอลลาร์ต่อปี ความสามารถในการจ่ายเงินต่อเนื่องจะขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของ Bitcoin และการบริหารเงินทุนอย่างมีวินัย การเสนอขายนี้เพิ่มแหล่งเงินทุนที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin ให้แก่ Strive แต่ก็ทำให้บริษัทมีภาระผูกพันต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก
Neutral
BitcoinStrivePreferred stockSATSCrypto financing

BWET: ค่าระวางเรือบรรทุกน้ำมันจำกัดโอกาสปรับขึ้นในระยะใกล้

Breakwave Tanker Shipping ETF (BWET) ได้รับคำแนะนำให้อยู่ในระดับถือครอง เนื่องจากสัญญาซื้อขายล่วงหน้าค่าขนส่งน้ำมันดิบดูเหมือนจะสะท้อนผลกระทบจากความปั่นป่วนบริเวณช่องแคบฮอร์มุซไปมากแล้ว ทำให้โอกาสปรับขึ้นในระยะใกล้มีจำกัด สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศรายงานว่า ขณะนี้การขนส่งน้ำมันดิบจากอ่าวในตะวันออกกลางไปยังเอเชียมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า 37 ดอลลาร์ แม้บทความจะไม่ได้ระบุหน่วยวัดก็ตาม ค่าระวางที่สูงกำลังเปลี่ยนวิธีที่โรงกลั่นจัดซื้อน้ำมันดิบ บางแห่งหันไปใช้เรือขนาดเล็กลงและสัญญาส่งมอบ ซึ่งอาจลดความต้องการเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่มาก (VLCC) การที่ BWET กระจุกตัวอยู่ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า TD3C รวมถึงความผันผวน 118.39% และอัตราค่าใช้จ่าย 3.50% ยังทำให้กองทุนเหมาะกับการซื้อขายระยะสั้นมากกว่าการถือครองระยะยาว นักวิเคราะห์คาดว่า BWET จะทรงตัวโดยประมาณหรือปรับลดลงเล็กน้อยในปีหน้า โดยผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับภาวะการขนส่งทางเรือและความต้องการของโรงกลั่น
Neutral
BWETOil tanker shippingFreight ratesCrude oilETF analysis

การตัดสินใจของ FOMC และการปลดล็อกโทเคนเตรียมกระตุ้นความผันผวนของคริปโทเคอร์เรนซี

การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของ FOMC ธนาคารกลางสหรัฐฯ และการปลดล็อกโทเคนครั้งใหญ่มีแนวโน้มกำหนดทิศทางการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีในอีกไม่กี่วันข้างหน้า Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) ใช้เวลาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวสะสมกำลังใกล้แนวต้าน ขณะที่เทรดเดอร์ลดความเสี่ยงก่อนการประชุมของ Fed กองทุน ETF Bitcoin แบบสปอตยังคงมีเงินทุนไหลเข้าสุทธิ ช่วยพยุงตลาดได้บ้างท่ามกลางแรงขายในตลาดสปอต Fed มีกำหนดประกาศการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 28 ตุลาคม เวลา 14:00 น. ET ตามด้วยการแถลงข่าวของประธาน Jerome Powell เวลา 14:30 น. ET เทรดเดอร์จะจับตาสัญญาณว่าธนาคารกลางจะคงนโยบายการเงินแบบเข้มงวดไว้ หรือเริ่มปรับไปสู่การผ่อนคลาย บทความยังกล่าวถึงการปลดล็อกโทเคนจำนวนมากของ LayerZero (ZRO), Plasma (XPL) และ Humanity (H) ได้แก่ ZRO ประมาณ 23.28 ล้านโทเคน, XPL 227.78 ล้านโทเคน และ H 266.47 ล้านโทเคน การปล่อยโทเคนเหล่านี้อาจเพิ่มอุปทานที่พร้อมซื้อขายและกดดันราคาโทเคนแต่ละรายการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าผู้รับจะขายหรือไม่ โดยรวมแล้ว การตัดสินใจของ FOMC และการปลดล็อกโทเคนอาจทำให้ตลาดคริปโทผันผวนมากขึ้น ทิศทางราคาน่าจะขึ้นอยู่กับสัญญาณจาก Fed และปฏิกิริยาของตลาดต่ออุปทานใหม่
Neutral
FOMCBitcoinToken unlocksCrypto market volatilitySpot Bitcoin ETFs

Gate แจกจ่ายเงินปันผลเป็น USDT ให้กับสินทรัพย์ 155 รายการ

Gate ดำเนินการแจกจ่ายเงินปันผลเป็น USDT สำหรับหุ้นและ ETF ที่มีสิทธิ์ 2 กลุ่มเสร็จสิ้นแล้ว การแจกจ่ายรอบก่อนครอบคลุมสินทรัพย์ 88 รายการ ซึ่งมีวันที่จ่ายเงินปันผลตั้งแต่วันที่ 13 ถึง 16 ตุลาคม 2026 รวมถึง Intuit (INTU), Thermo Fisher Scientific (TMO), Mondelez (MDLZ), Monolithic Power Systems (MPWR) และ Lam Research (LRCX) ส่วนการแจกจ่ายรอบถัดมาครอบคลุมสินทรัพย์ 67 รายการ ซึ่งมีวันที่จ่ายเงินปันผลตั้งแต่วันที่ 19 ถึง 23 ตุลาคม รวมถึง Oracle (ORCL), Cisco (CSCO), American Tower (AMT), China Feihe (06186) และ Prudential (02378) Gate คำนวณยอดจ่ายตามสินทรัพย์ที่ผู้ใช้ถือครอง ณ เวลาบันทึกยอดที่เกี่ยวข้อง และจ่ายมูลค่าเทียบเท่าเป็น USDT ให้โดยอัตโนมัติ ผู้ใช้ไม่ต้องดำเนินการใด ๆ ประกาศเงินปันผลเป็น USDT ของ Gate เป็นการยืนยันการแจกจ่ายผ่านแพลตฟอร์มเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่านโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทที่เกี่ยวข้องมีการเปลี่ยนแปลง หรือส่งผลโดยตรงต่อราคาคริปโต
Neutral
GateStock dividendsETFsUSDT payoutsTokenized equities

JST เผาโทเคน 19% ของอุปทาน ขณะเปลี่ยนมาใช้รายได้ในการซื้อคืน

JUST ดำเนินการซื้อคืนและเผา JST เสร็จสิ้นแล้ว 5 รอบ โดยนำโทเคนออกจากระบบทั้งหมด 1,881,973,007 โทเคน หรือ 19.01% ของอุปทานสูงสุดเริ่มต้น และใช้เงินไปประมาณ 118.15 ล้านดอลลาร์ รอบล่าสุดซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2026 เผา JST จำนวน 170.7 ล้านโทเคน มูลค่าประมาณ 23.53 ล้านดอลลาร์ โดยใช้เงินทุนจากรายได้จากการดำเนินงานของ JustLend DAO และเงินสำรองคงเหลือจากคลังเริ่มต้น ในรายงานไตรมาส 3 ปี 2026 และเดือนตุลาคม JUST ระบุว่าได้ปรับปรุงกลไกการซื้อคืน JST ในเดือนตุลาคม การซื้อคืน JST ในอนาคตจะอาศัยรายได้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากระบบนิเวศ ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2026 DAO วางแผนใช้เงินส่วนเกินประมาณ 20.34 ล้านดอลลาร์ใน 4 รอบ โดยยังคงรักษาเงินสำรองในคลังไว้อย่างน้อย 50 ล้านดอลลาร์ นอกเหนือจากแผนนี้ ยังไม่ได้ให้รายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับการจัดสรรหรือช่วงเวลาดำเนินการในอนาคต การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้การลดอุปทานโทเคนอย่างต่อเนื่องเชื่อมโยงกับกิจกรรมของระบบนิเวศมากขึ้น TVL ของ JustLend ณ สิ้นไตรมาสยังคงสูงกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ และ GasFree มีธุรกรรมประมาณ 21.24 ล้านรายการในไตรมาส 3 ราคา JST เพิ่มขึ้นจากประมาณ 0.03 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2025 ไปแตะจุดสูงสุดที่ 0.142 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2026 การซื้อคืนอาจช่วยหนุนความเชื่อมั่นของตลาด แต่ผลต่อราคาในอนาคตจะขึ้นอยู่กับรายได้ การดำเนินงาน และความต้องการ JST
Bullish
JSTToken buybacksToken burnsJUST ecosystemDeFi

Bitmine จำกัดคลัง Ethereum ไว้ที่ 5% ของอุปทานทั้งหมด

Bitmine Immersion Technologies วางแผนหยุดซื้อ Ethereum เมื่อสินทรัพย์ในคลังของบริษัทมีมูลค่าถึง 5% ของอุปทาน ETH ที่หมุนเวียนอยู่ บริษัทซึ่งจดทะเบียนใน Nasdaq ถือครอง ETH ราว 6 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 4.9% และต้องซื้อเพิ่มอีกราว 100,000 เหรียญจึงจะถึงเพดานดังกล่าว ทอม ลี ประธานบริษัทกล่าวว่า การกำหนดเพดานนี้เกิดขึ้นหลังการหารือกับวิตาลิก บูเทอริน ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum และนักวิจัยจาก Ethereum Foundation เนื่องจากมีความกังวลเรื่องการรวมศูนย์ของเครือข่าย ลีกล่าวว่าเพดานนี้จะช่วยให้ Bitmine ได้ประโยชน์จากราคาที่อาจปรับขึ้น พร้อมจำกัดการลดสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นเพิ่มเติม ปัจจุบันบริษัทมีรายได้จากการสเตกผ่านธุรกิจ Maven ราว 1 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ลียังกล่าวว่าตลาดกำลังเข้าสู่วงจรขาขึ้นรอบใหม่ และระบุว่าการแปลงสินทรัพย์ของสถาบันเป็นโทเคน การสะสมสินทรัพย์ในคลัง และการชำระเงินผ่านบล็อกเชนสำหรับเอเจนต์ AI อาจเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว เขาคาดการณ์ว่า ETH อาจขึ้นไปถึง 22,000 ดอลลาร์ในท้ายที่สุด พร้อมยอมรับว่านี่เป็นมุมมองระยะยาว
Bullish
EthereumBitmineDigital asset treasuriesStakingCrypto market outlook

ผลตอบแทนจากการลงทุนใน AI เป็นประเด็นจับตา ขณะที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่รายงานผลประกอบการ

ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 23 ตุลาคม หุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวแตกต่างกัน โดย S&P 500 ลดลง 0.47% และ Nasdaq Composite ลดลง 0.71% ขณะที่ Russell 2000 เพิ่มขึ้น 2.00% ผลงานที่หลากหลายนี้บ่งชี้ว่านักลงทุนกำลังประเมินการเติบโตของบริษัท มูลค่าหุ้น และความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดใหม่ แทนที่จะถอนตัวจากสินทรัพย์เสี่ยงในวงกว้าง ผลตอบแทนจากการลงทุนใน AI เป็นประเด็นสำคัญ เนื่องจาก Microsoft, Alphabet และ Amazon จะรายงานผลประกอบการในสัปดาห์วันที่ 26–30 ตุลาคม ผู้ค้าจะมองหาหลักฐานว่าการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI กำลังเปลี่ยนเป็นอุปสงค์บริการคลาวด์ รายได้ อัตรากำไร และกระแสเงินสด แนวโน้มการใช้จ่ายลงทุนที่สูงขึ้นของ Meta และกระแสเงินสดอิสระรายไตรมาสที่ติดลบยิ่งทำให้มีการตรวจสอบต้นทุนและผลตอบแทนจากการขยายธุรกิจ AI อย่างใกล้ชิด Tesla ปรับลดคาดการณ์การใช้จ่ายลงทุนในปี 2026 แต่การเปลี่ยนแปลงนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าประสิทธิภาพการดำเนินงานดีขึ้น นอกจากนี้ ยังมีกำหนดประกาศมติอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ตัวเลขประมาณการ GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 3 และข้อมูลเงินเฟ้อ PCE เดือนกันยายน ตัวเลขเหล่านี้อาจเปลี่ยนความคาดหวังเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ผลตอบแทนพันธบัตร และมูลค่าหุ้นเติบโต สำหรับผู้ค้า crypto ผลกระทบเป็นทางอ้อม กล่าวคือ การเปลี่ยนแปลงของความคาดหวังด้านดอกเบี้ยและความเต็มใจรับความเสี่ยงอาจส่งผลต่อสินทรัพย์ดิจิทัล แต่บทความไม่ได้ระบุปัจจัยกระตุ้นโดยตรงต่อตลาดคริปโทเคอร์เรนซี ผลตอบแทนจากการลงทุนใน AI และต้นทุนเงินทุนยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม
Neutral
AI investmentBig Tech earningsFederal ReserveUS macroeconomicsCrypto markets

Ethereum Foundation ขาย ETH มูลค่า 6.42 ล้านดอลลาร์ ขณะที่สถานะคงค้างของสัญญา Perpetual สำหรับ RWA ใกล้แตะ 20,000 ล้านดอลลาร์

มูลนิธิ Ethereum ขาย ETH จำนวน 2,785 ETH คิดเป็นมูลค่าประมาณ 6.42 ล้านดอลลาร์ เพื่อแลกเป็น USDS ผ่าน CoWSwap ธุรกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการขายที่เทรดเดอร์อาจติดตาม แต่การขายเพียงครั้งเดียวของมูลนิธิยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันแนวโน้มตลาดในวงกว้าง ขณะเดียวกัน สถานะคงค้างในสัญญาฟิวเจอร์สแบบไม่มีวันหมดอายุของสินทรัพย์ในโลกจริง (RWA) เพิ่มขึ้นเกือบแตะ 20,000 ล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 192% นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน และทำสถิติสูงสุด ตามข้อมูลของ CryptoRank ตลาดซื้อขายแบบรวมศูนย์มีสัดส่วน 71% ของทั้งหมด ส่วนตลาดซื้อขายแบบกระจายศูนย์มีสัดส่วน 29% และเป็นผู้นำในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่อิงกับดัชนี สัญญาณตลาดยังมีทั้งบวกและลบ นักวิเคราะห์ Darkfost ระบุว่าเงินฝาก BTC จากนักลงทุนรายย่อยบน Binance ในช่วง 30 วันเพิ่มจาก 5,500 ล้านดอลลาร์เป็น 10,750 ล้านดอลลาร์ ขณะที่เงินฝากจากวาฬลดลงจาก 5,900 ล้านดอลลาร์ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมเหลือ 3,800 ล้านดอลลาร์ การลดเลเวอเรจในอนุพันธ์ ETH ยังคงดำเนินต่อไปเช่นกัน โดยสถานะคงค้าง ETH บน Binance ลดลง 1,300 ล้านดอลลาร์ในเดือนที่ผ่านมา ขณะที่มูลค่าตามราคาตลาดของ ETH ลดลงประมาณ 54,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงสามสัปดาห์ สำหรับเทรดเดอร์ การขาย ETH และการลดลงของการถือครองสถานะในอนุพันธ์อาจบ่งชี้ถึงความระมัดระวังในระยะใกล้ ขณะที่สถานะคงค้างสูงเป็นประวัติการณ์ในสัญญาฟิวเจอร์ส RWA แบบไม่มีวันหมดอายุสะท้อนกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นในตลาดสินทรัพย์โทเคน ตัวชี้วัดเหล่านี้ยังไม่ยืนยันว่าตลาดจะไปในทิศทางใด การเคลื่อนไหวของราคา กระแสเงินบนแพลตฟอร์มซื้อขาย และเลเวอเรจยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ควรติดตาม
Neutral
EthereumETH saleRWA perpetual futuresBitcoin exchange flowsCrypto derivatives

เกรแฮมได้รับแรงหนุนจากอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล ในศึกชิงเก้าอี้วุฒิสมาชิกที่สูสีในรัฐเซาท์แคโรไลนา

ดาร์ไลน์ เกรแฮม วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ ได้รับการสนับสนุนจากอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล ขณะที่เธอกำลังเผชิญหน้ากับแอนนี แอนดรูว์ส ผู้ท้าชิงจากพรรคเดโมแครต ในศึกชิงที่นั่งวุฒิสภารัฐเซาท์แคโรไลนาที่มีผู้ติดตามอย่างใกล้ชิด เกรแฮมสนับสนุนการพัฒนาศูนย์ข้อมูลในฐานะมาตรการด้านความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมเน้นย้ำถึงการมีส่วนร่วมของชุมชน การแข่งขันยังคงสูสี แม้รัฐเซาท์แคโรไลนาจะมีแนวโน้มสนับสนุนพรรครีพับลิกัน อัตราความเป็นไปได้จากตลาดพยากรณ์ที่บทความอ้างถึงระบุว่า พรรครีพับลิกันมีโอกาสชนะที่นั่งนี้ 80.5% ส่วนพรรคเดโมแครตมีโอกาส 19.5%; บทความไม่ได้ระบุปริมาณการซื้อขายหรือการเปลี่ยนแปลงนับตั้งแต่เผยแพร่ การสนับสนุนจากอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูลอาจช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับการหาเสียงของเกรแฮม แต่บทความไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการรับรองหรือเงินทุน และระบุว่ายังควรติดตามผลสำรวจ การดีเบต และความเคลื่อนไหวของแคมเปญ
Neutral
South Carolina Senate raceData centersUS politicsPrediction markets

การเทขายหุ้น AI ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงในความคาดหวังของตลาด

บทความนี้ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของความคาดหวังในตลาด หลังจากหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI แตะจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายน ในช่วงหลายสัปดาห์ต่อมา สื่อการเงินมุ่งเน้นไปที่การเทขายหุ้น AI ขณะที่ภาคธุรกิจอื่น ๆ เริ่มให้ผลตอบแทนดีกว่าภาคเทคโนโลยี ผู้เขียนมองว่าการเปลี่ยนแปลงของความคาดหวังต่างหากที่ขับเคลื่อนความเคลื่อนไหวของตลาด ไม่ใช่แค่พาดหัวข่าว บทความไม่ได้ระบุว่าภาคธุรกิจใดเป็นผู้นำหรือให้ตัวเลขผลตอบแทนที่เจาะจง แต่ความแตกต่างนี้บ่งชี้ว่านักลงทุนกำลังประเมินแนวโน้มการเติบโตของ AI และเทคโนโลยีใหม่
Neutral
AI stocksTechnology sectorMarket expectationsSector rotationRisk sentiment

ผลการเลือกตั้งบราซิลสร้างแรงกระแทก กดดันให้ตลาดเผชิญแรงขาย

ผลการเลือกตั้งบราซิลสร้างความประหลาดใจให้ตลาด หลังประธานาธิบดีลูอิส อีนาซียู ลูลา ดา ซิลวา คว้าตำแหน่งสมัยที่ 4 ด้วยคะแนนเสียง 51.8% นักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่าไฌร์ โบลโซนาโรจะชนะ และสินทรัพย์บราซิลปรับตัวขึ้นหลังการเลือกตั้งรอบแรก สัญญาณการซื้อขายช่วงแรกบ่งชี้ถึงความผันผวนอย่างรุนแรง โดยสัญญา Perpetual บน Hyperliquid ที่อ้างอิงกับกองทุน ETF iShares MSCI Brazil (EWZ) ร่วงลงมากถึง 27% ขณะที่อนุพันธ์เงินตราของ CME สะท้อนว่าเงินเรียลอาจอ่อนค่าลงไปอยู่ที่ 5.55 เรียลต่อดอลลาร์สหรัฐ หรืออ่อนค่ากว่า 10% เมื่อเทียบกับราคาปิดวันศุกร์ บริษัทท้องถิ่นเตือนว่าแรงขายอาจทำให้ตลาดหุ้นต้องใช้มาตรการหยุดการซื้อขายชั่วคราว ผลการเลือกตั้งบราซิลอาจทำให้นักลงทุนต้องทบทวนแนวโน้มการคลัง อัตราดอกเบี้ย และความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่ความตึงเครียดทางการเมืองยิ่งเพิ่มความผันผวน
Bearish
Brazil marketsElection riskCurrency volatilityRisk-off sentimentHyperliquid

กระเป๋าคริปโตสร้างสถานะมูลค่า 10.79 ล้านดอลลาร์ เผชิญขาดทุน 1.90 ล้านดอลลาร์

นักวิเคราะห์ on-chain รายหนึ่งระบุกระเป๋าคริปโตที่เพิ่มเงินลงทุนในสถานะต่าง ๆ อีก 2.7 ล้านดอลลาร์ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา ขณะนี้ต้นทุนรวมของสินทรัพย์ในกระเป๋าอยู่ที่ 10.79 ล้านดอลลาร์ และมีผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงรวม 1.904 ล้านดอลลาร์ กระเป๋านี้ถือ ZRO จำนวน 2.55 ล้านโทเคน โดยซื้อที่ราคา 2.08 ดอลลาร์ต่อโทเคน และขณะนี้ขาดทุนประมาณ 970,000 ดอลลาร์; WLD จำนวน 6.3 ล้านโทเคน โดยซื้อที่ราคา 0.5189 ดอลลาร์ และขาดทุนประมาณ 568,000 ดอลลาร์; BAT จำนวน 5.77 ล้านโทเคน โดยซื้อที่ราคา 0.1981 ดอลลาร์ และขาดทุนประมาณ 288,000 ดอลลาร์; รวมถึง CHIP จำนวน 20 ล้านโทเคน โดยซื้อที่ราคา 0.04928 ดอลลาร์ และขาดทุนประมาณ 77,000 ดอลลาร์ ผลขาดทุนของกระเป๋านี้สะท้อนผลการดำเนินงานของสินทรัพย์แต่ละรายการ และเพียงลำพังไม่ได้บ่งชี้ถึงแนวโน้มโดยรวมของตลาด
Neutral
Crypto walletOn-chain analysisUnrealized lossesZROAltcoins

ความต้องการ Microsoft Azure อาจสูงกว่าอุปทานไปจนถึงปีงบประมาณ 2027

Bank of America ระบุว่าจุดยืนของ Microsoft ในด้าน AI สำหรับองค์กรแข็งแกร่งขึ้น จากการขยายตัวของ Azure และการเร่งทำตลาด Copilot ธนาคารคาดว่าอุปสงค์ต่อ Microsoft Azure จะสูงกว่าอุปทานไปจนถึงปีงบประมาณ 2027 และได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสำหรับสามปีข้างหน้า ธนาคารคาดการณ์ว่ารายจ่ายฝ่ายทุนในปีงบประมาณ 2027 ซึ่งรวมสัญญาเช่าทางการเงิน จะอยู่ที่ 220.7 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 51.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยประเมินรายได้ไว้ที่ 391.9 พันล้านดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้นที่ 19.70 ดอลลาร์ Bank of America คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายที่ 600 ดอลลาร์ รายงานเน้นย้ำถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และบริการสำหรับองค์กร แต่ไม่ได้กล่าวถึงตลาดคริปโทเคอร์เรนซีโดยตรง
Neutral
MicrosoftAzureEnterprise AICloud computingCapital expenditure

สัปดาห์คริปโตที่กำลังจะมาถึง: การตัดสินใจของธนาคารกลางและผลประกอบการของ Coinbase

การตัดสินใจของธนาคารกลางและผลประกอบการของบริษัทคริปโตจะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดคริปโตในสัปดาห์ที่เริ่มวันที่ 26 ตุลาคม 2026 ธนาคารกลางสหรัฐฯ และธนาคารกลางแคนาดาจะแจ้งมติอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 28 ตุลาคม ตามด้วยธนาคารกลางยุโรปในวันที่ 29 ตุลาคม และธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันที่ 30 ตุลาคม ตลาดส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ จึงทำให้เทรดเดอร์จับตาความเห็นของประธานเควิน วอร์ช และสัญญาณเกี่ยวกับการประชุมเดือนธันวาคม ข้อมูล GDP และเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่วันที่ 29 ตุลาคม อาจทำให้การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลง และส่งผลให้ Bitcoin กับสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ ผันผวน Coinbase, Galaxy Digital, Robinhood และ Strategy จะรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้ พร้อมกับบริษัทชำระเงินรายใหญ่ ความเคลื่อนไหวเฉพาะในแวดวงคริปโต ได้แก่ การปิดอินเทอร์เฟซถอนเงินตามปกติของ Blast ในวันที่ 26 ตุลาคม การเปลี่ยนผ่าน sequencer ของ Unichain ตามแผนในวันที่ 29 ตุลาคม และการปรับพูลของ Balancer ให้ถอนเงินได้เท่านั้นในวันที่ 30 ตุลาคม กิจกรรมปลดล็อกโทเคนประกอบด้วย Collector Crypt มูลค่า 20.9 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 29 ตุลาคม และ MemeCore มูลค่าราว 50.34 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค รายงานผลประกอบการ และกิจกรรมโทเคนเหล่านี้อาจเพิ่มความผันผวนในการซื้อขายระยะสั้น
Neutral
Crypto marketsFederal ReserveCentral bank decisionsCoinbase earningsToken unlocks

การขุด Bitcoin ฟื้นตัว ขณะที่ความเสี่ยงด้านหนี้จาก AI กดดันนักขุด

การขุด Bitcoin กำลังส่งสัญญาณฟื้นตัว: นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม รายได้ต่อวันของนักขุดเพิ่มขึ้นราว 78% เป็น 48 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ค่าเฉลี่ยแฮชเรตของเครือข่ายในช่วง 7 วันกลับมาอยู่ที่ 1 ZH/s เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม รายได้ที่ดีขึ้นช่วยลดความจำเป็นที่นักขุดต้องขาย BTC อย่างไรก็ตาม แฮชเรตที่สูงขึ้นก็กำลังผลักดันความยากในการขุดให้แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และอาจบีบอัตรากำไรอีกครั้ง ขณะเดียวกัน นักขุด Bitcoin ที่หันไปทำธุรกิจ AI และการประมวลผลสมรรถนะสูงกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านเงินทุนและการดำเนินโครงการที่เพิ่มขึ้น เดือนนี้นักลงทุนที่ขายชอร์ตเปิดเผยกำไรทางบัญชีราว 6 พันล้านดอลลาร์จากหุ้นบริษัท neocloud และศูนย์ข้อมูล AI ในสหรัฐฯ โดย CoreWeave เผชิญแรงกดดันเป็นพิเศษ Bernstein ประเมินว่าบริษัทมีช่องว่างด้านเงินทุน 76 พันล้านดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไม่มีหลักประกันพุ่งแตะระดับของตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงสูงที่ 15%–16% Elon Musk เตือนว่าแหล่งเงินทุนจากการกู้ยืมสำหรับบริษัทเหล่านี้แทบจะแห้งเหือดแล้ว ขณะที่ Chamath Palihapitiya นักลงทุนร่วมลงทุนชี้ถึงความเป็นไปได้ที่โครงการจะล่าช้าและกำลังประมวลผลจะถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้งาน Gartner ประเมินว่าผู้ให้บริการ neocloud มากกว่า 80% อาจไม่สามารถดำเนินงานอย่างเป็นอิสระได้อีกต่อไปภายในสิ้นปี 2030 ท่ามกลางการคาดการณ์ช่องว่างระหว่างต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานกับรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ AI สำหรับเทรดเดอร์ ตัวชี้วัดการขุด Bitcoin ที่แข็งแกร่งขึ้นอาจช่วยลดแรงกดดันในการขาย BTC ในระยะใกล้ แต่สินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นและข้อสงสัยเกี่ยวกับความสามารถในการทำกำไรของ AI เป็นความเสี่ยงต่อหุ้นบริษัทเหมืองขุดและความยั่งยืนของแผนขยายธุรกิจด้าน AI
Neutral
Bitcoin miningBTCNeocloudAI infrastructureMining stocks

สถานะคงค้างในสัญญาเพอร์เพทชวล RWA ใกล้แตะ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่การซื้อขายเปลี่ยนทิศทาง

สถานะคงค้างในสัญญาเพอร์เพทชวลของ RWA เพิ่มขึ้นเกือบแตะ 20,000 ล้านดอลลาร์ สะท้อนการเปลี่ยนทิศทางของการซื้อขายอนุพันธ์คริปโตไปสู่สินทรัพย์ในโลกจริงที่แปลงเป็นโทเคน ก่อนหน้านี้มีการประเมินสถานะคงค้างในสัญญาเพอร์เพทชวลของ RWA ไว้ที่ราว 9,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 14% ของสถานะคงค้างในสัญญาเพอร์เพทชวลทั้งหมด แม้ว่าสถานะคงค้างรวมบนแพลตฟอร์มรายใหญ่จะลดลงจาก 81,000 ล้านดอลลาร์เหลือประมาณ 67,000 ล้านดอลลาร์ก็ตาม ข้อมูลจาก CryptoRank ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2026 แสดงให้เห็นว่าสถานะคงค้างของ RWA เพิ่มขึ้น 192% นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน และสูงกว่าระดับ 9,300 ล้านดอลลาร์ที่บันทึกไว้ในเดือนสิงหาคมมากกว่าสองเท่า สัดส่วนของ RWA ในสถานะคงค้างของสัญญาเพอร์เพทชวลทั้งหมดเพิ่มจาก 6% ในช่วงต้นปี 2026 เป็น 24% ในช่วงปลายเดือนกันยายน ศูนย์ซื้อขายแบบรวมศูนย์มีสัดส่วน 71% ของสถานะคงค้างในสัญญาเพอร์เพทชวลของ RWA ขณะที่ศูนย์ซื้อขายแบบกระจายศูนย์มี 29% และเป็นผู้นำด้านอนุพันธ์ดัชนีหุ้น การเติบโตนี้สวนทางกับสถานะคงค้างในสัญญาเพอร์เพทชวลของ Bitcoin, Ethereum และโทเคนอื่น ๆ ที่ลดลง บ่งชี้ว่าการซื้อขายโดยใช้เลเวอเรจกำลังเคลื่อนย้ายไปยังส่วนอื่น แทนที่จะขยายตัวโดยรวม สถานะคงค้างใช้ติดตามโพซิชันที่ยังเปิดอยู่ ไม่ใช่มูลค่าการซื้อขายหรือยอดซื้อสุทธิ และไม่ได้บ่งชี้ทิศทางราคา
Neutral
RWAPerpetual FuturesTokenized AssetsCrypto DerivativesOpen Interest

Burry และ Griffin เตือนว่าราคา GPU อาจดิ่งลง

ไมเคิล เบอร์รีเห็นด้วยกับคำเตือนของเคน กริฟฟินที่ว่าอุปทานชิปสำหรับ AI อาจสูงเกินความต้องการและทำให้ราคา GPU ลดลงอย่างมาก กริฟฟินเปรียบเทียบความเสี่ยงนี้กับภาวะใยแก้วนำแสงล้นตลาดในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเมื่อปี 2000 ซึ่งกำลังการผลิตส่วนเกินทำให้ “ใยแก้วนำแสงมืด” ไม่ได้ใช้งาน และตั้งคำถามว่า GPU รุ่นเก่าจะยังคงมีมูลค่าเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาต่อไปหรือไม่ ส่วนเบอร์รีประเมินแยกต่างหากว่า ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่อาจบันทึกค่าเสื่อมราคาต่ำกว่าความเป็นจริงราว 176,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2026–2028 ด้วยการยืดอายุการใช้งานฮาร์ดแวร์ คำเตือนเหล่านี้มีขึ้นขณะที่ดัชนี Philadelphia Semiconductor ร่วงลง 11.4% ในหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งเป็นการลดลงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 นักลงทุนจะจับตาราคา GPU แผนการใช้จ่ายลงทุนของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ และการเปิดเผยข้อมูลค่าเสื่อมราคา เพื่อหาสัญญาณว่ากำลังการผลิตโครงสร้างพื้นฐาน AI อาจมีมากเกินไป
Bearish
AI chipsGPU pricesSemiconductor stocksHyperscalersMarket risk

ViaBTC เข้าร่วม Crypto Summit 2026 ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์

ViaBTC จะเข้าร่วมงาน Crypto Summit 2026 ครั้งที่ 9 ที่กรุงมอสโก ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระหว่างวันที่ 28–29 ตุลาคม งานนี้จะรวมนักขุด นักลงทุน แพลตฟอร์มซื้อขาย ผู้ให้บริการเทคโนโลยี และผู้กำหนดนโยบาย เพื่อหารือเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานการขุด ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล และกฎระเบียบ ViaBTC ระบุว่าเป็นหนึ่งในพูลขุด Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุด 4 แห่งของโลก และเป็นพูล Zcash ที่ใหญ่ที่สุดเมื่อพิจารณาจากแฮชเรต Anton ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ จะร่วมเสวนาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในภาคการขุด รวมถึงวิธีที่บริษัทต่าง ๆ จะรับมือกับแรงกดดันของตลาด เพิ่มความสามารถในการทำกำไร และค้นหาโอกาสในการเติบโต Alina ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจ จะพูดถึงแนวทางปฏิบัติในการใช้บริการของพูลขุด ทีม ViaBTC จะพบปะกับนักขุดและพันธมิตรในอุตสาหกรรมที่บูธ S-02 ด้วย การเข้าร่วมของ ViaBTC มุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์ในอุตสาหกรรมและบริการด้านการขุด ไม่ใช่การประกาศผลิตภัณฑ์ใหม่หรือโครงการริเริ่มทางการตลาด
Neutral
ViaBTCCrypto Summit 2026Bitcoin miningZcash miningMining pools

เลื่อนการอัปเกรดเทสต์เน็ต Glamsterdam เนื่องจากความเสี่ยงของ EIP-8037

นักพัฒนาหลักของ Ethereum เลื่อนการอัปเกรดเทสต์เน็ต Hoodi ไปเป็น Glamsterdam หลังจาก ChainSecurity พบความเสี่ยงด้านความเข้ากันได้และความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับ EIP-8037 ปัญหาที่รายงานรวมถึงข้อผิดพลาดในการคำนวณ gas ซึ่งอาจทำให้ธุรกรรมบางรายการถูกย้อนกลับหรือทำงานไปตามเส้นทางที่ไม่คาดคิด ขณะที่สัญญาอื่น ๆ อาจประเมินปริมาณ gas ที่ต้องใช้ต่ำเกินไป ChainSecurity พบกรณีที่เกิดขึ้นจริง 13 กรณี และกำลังประสานงานกับโครงการที่ได้รับผลกระทบตามแนวทางการเปิดเผยข้อมูลอย่างรับผิดชอบ นักพัฒนาวางแผนจะตรวจสอบเพิ่มเติมและประเมินแนวทางแก้ไขในสัปดาห์นี้ การแก้ปัญหา EIP-8037 อาจต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างนักพัฒนาแอปพลิเคชัน นักพัฒนาหลัก ผู้ตรวจสอบ และผู้ดำเนินการโหนด หรืออาจต้องปรับเปลี่ยนข้อกำหนดของโปรโตคอล นักพัฒนาแอปพลิเคชันและผู้ตรวจสอบได้รับคำแนะนำให้ตรวจสอบความเข้ากันได้กับ EIP-8037 และ EIP-8038 และรายงานปัญหาที่พบ
Neutral
EthereumGlamsterdamEIP-8037Testnet upgradeSmart contract security

JPMorgan ปรับลดอันดับเงินเรียลบราซิลและพันธบัตรหลังลูลาชนะการเลือกตั้ง

หลังจากลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ชนะการเลือกตั้งในบราซิล เจพีมอร์แกนได้ปรับลดคำแนะนำสำหรับเงินเรียลบราซิลและพันธบัตรรัฐบาลบราซิลจาก “เพิ่มน้ำหนักการลงทุน” เป็น “เป็นกลาง” นอกจากนี้ยังปรับลดอันดับพันธบัตรระหว่างประเทศของบราซิลจาก “เป็นกลาง” เป็น “ลดน้ำหนักการลงทุน” การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนมุมมองต่อสินทรัพย์บราซิลที่ระมัดระวังมากขึ้น แต่รายงานไม่ได้ระบุเหตุผลของการปรับอันดับ ความเคลื่อนไหวของเงินเรียลและพันธบัตรอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในตลาดเกิดใหม่ แม้ข่าวนี้จะไม่มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับคริปโทเคอร์เรนซี
Neutral
BrazilBrazilian realJPMorganGovernment bondsEmerging markets

รีวิว Mitrade: CFD หลายสินทรัพย์ คำกล่าวอ้างด้านความปลอดภัย และโบนัส 1,300 ดอลลาร์

Mitrade เป็นโบรกเกอร์ CFD หลายสินทรัพย์ ซึ่งบทความระบุว่าเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2011 และให้บริการผู้ใช้มากกว่า 7 ล้านคน มีตราสารให้ซื้อขายกว่า 1,100 รายการ รวมถึง CFD ของหุ้น ฟอเร็กซ์ สินค้าโภคภัณฑ์ และคริปโทเคอร์เรนซี เช่น Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) บทความประชาสัมพันธ์เน้นย้ำใบอนุญาตกำกับดูแลที่บริษัทระบุว่ามี การแยกเก็บเงินของลูกค้า การคุ้มครองยอดคงเหลือติดลบ และความคุ้มครองที่ทำประกันกับ Lloyd’s พร้อมทั้งเครื่องมือจาก TradingView และฟีเจอร์จัดการความเสี่ยง นอกจากนี้ยังโฆษณาโปรโมชันสำหรับผู้อ่าน โดยผู้ใช้ใหม่ที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขอาจได้รับเครดิตสำหรับการเทรดสูงสุด 1,300 ดอลลาร์ หลังทำภารกิจที่กำหนดครบ ผลิตภัณฑ์ของ Mitrade ใช้ CFD และเลเวอเรจอาจทำให้การขาดทุนเพิ่มขึ้น ค่าธรรมเนียมอาจรวมถึงสเปรดและค่าเงินทุนข้ามคืน ก่อนเปิดบัญชี เทรดเดอร์ควรตรวจสอบนิติบุคคลที่ให้บริการ การคุ้มครองตามกฎระเบียบ เงื่อนไขโบนัส และความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์
Neutral
MitradeCryptocurrency CFDsTrading platformsLeverage and riskBroker regulation

ผู้ดูแลสภาพคล่องในตลาดคริปโทเผชิญปัญหาความเชื่อมั่นและช่องว่างด้านกฎระเบียบ

ผู้ดูแลสภาพคล่องในตลาดคริปโตกำลังเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่น เนื่องจากอุตสาหกรรมยังขาดมาตรฐานที่ชัดเจนในการกำหนดว่าการดูแลสภาพคล่องแบบใดจึงจะถือว่าถูกต้องตามหลักการ บริษัทบางแห่งใช้คำเรียกนี้เพื่อปกปิดการปั่นราคาหรือการสร้างปริมาณการซื้อขายเทียม ยิ่งทำให้เทรดเดอร์ระแวงผู้ดูแลสภาพคล่องมากขึ้น พฤติกรรมดังกล่าวแตกต่างจากการดูแลสภาพคล่องอย่างแท้จริง ซึ่งช่วยเพิ่มสภาพคล่องด้วยการเสนอราคาซื้อและขายทั้งสองด้าน และช่วยให้ตลาดทำงานได้อย่างราบรื่น ตลาดคริปโตมักไม่มีสัญญาที่โปร่งใส เงื่อนไขการเข้าร่วม หรือข้อผูกพันที่กำหนดชัดเจนสำหรับผู้ดูแลสภาพคล่อง ซึ่งแตกต่างจากตลาดหุ้นแบบดั้งเดิม ข้อตกลงที่ไม่เปิดเผยระหว่างผู้ออกโทเคนกับบริษัทซื้อขาย รวมถึงกรณีที่แพลตฟอร์มซื้อขายรับบทเป็นผู้ดูแลสภาพคล่องเสียเอง ยิ่งเพิ่มความกังวล บทความระบุว่าการส่งคำสั่งซื้อขายด้วยเงินทุนของตนเองไม่ได้ผิดกฎหมายโดยตัวมันเอง และการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกคำสั่งบ่อยครั้งอาจเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยงตามปกติ กรณีศึกษาในเกาหลีใต้แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงจากกฎเกณฑ์ที่ไม่ชัดเจน: ในปี 2021 หน่วยงานกำกับดูแลเสนอในเบื้องต้นให้ปรับบริษัทหลักทรัพย์ 9 แห่งรวม 48,700 ล้านวอน (ประมาณ 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากคำสั่งซื้อขายเพื่อดูแลสภาพคล่องของบริษัทเหล่านั้น ต่อมาในปี 2022 ทางการสรุปว่าบริษัทไม่ได้กระทำผิดกฎหมาย หลังจากผู้ดูแลสภาพคล่องถอนตัวไปตลอดช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา บทความเสนอว่าหน่วยงานกำกับดูแลคริปโตควรพิจารณาเจตนาในการซื้อขายที่แท้จริง การปฏิบัติตามสัญญาและข้อกำหนดด้านการบริหารความเสี่ยง การเสนอราคาซื้อและขายทั้งสองด้าน ตลอดจนกิจกรรมนั้นช่วยลดความเสี่ยงหรือไม่ แทนที่จะดูเพียงอัตราการยกเลิกคำสั่ง มาตรฐานที่ชัดเจนขึ้นอาจช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นและสนับสนุนสภาพคล่องของตลาด
Neutral
Crypto market makersMarket liquidityPrice manipulationCrypto regulationSouth Korea

กฎระเบียบคริปโตของญี่ปุ่น สเตเบิลคอยน์ที่ผูกกับเงินเยน และการแปลงสินทรัพย์ในโลกจริงเป็นโทเคน

Changpeng Zhao (CZ) ผู้ก่อตั้ง Binance กล่าวว่า พัฒนาการด้านกฎระเบียบคริปโตของญี่ปุ่นอาจเปิดโอกาสให้สตาร์ตอัป Web3 ระดมทุนและสร้างธุรกิจระดับโลกได้มากขึ้น เขาระบุว่ากฎของญี่ปุ่นมีข้อจำกัดมากในช่วงปี 2017–2021 แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลเปิดกว้างมากขึ้น ตามรายงาน Binance กลับเข้าสู่ญี่ปุ่นในปี 2022 ผ่านการเข้าซื้อกิจการและได้รับใบอนุญาตในท้องถิ่น CZ ระบุว่าเหรียญ Stablecoin ที่อิงกับเงินเยนและการแปลงสินทรัพย์ในโลกจริง (RWA) ให้อยู่ในรูปโทเคนเป็นประเด็นเชิงกลยุทธ์สำคัญ เขากล่าวว่า Stablecoin มากกว่า 99% มีสินทรัพย์สกุลดอลลาร์สหรัฐหนุนหลัง พร้อมเตือนว่าญี่ปุ่นอาจตามไม่ทันด้านการชำระเงินดิจิทัล หากไม่พัฒนาทางเลือกที่อิงกับเงินเยน สถาบันการเงินญี่ปุ่นและ JPYC กำลังพัฒนา Stablecoin ที่อิงกับเงินเยนอยู่แล้ว นอกจากนี้ เขายังอธิบายว่าการแปลง RWA เป็นโทเคนเป็นวิธีระดมทุนสำหรับสินทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน ด้วยการขายสิทธิในรูปโทเคนให้แก่นักลงทุนทั่วโลก ความเห็นดังกล่าวเป็นภาพรวมด้านนโยบายและตลาด ไม่ใช่การประกาศกฎใหม่ของญี่ปุ่นหรือการเปิดตัวโทเคนใดโดยเฉพาะ สำหรับเทรดเดอร์ การกำกับดูแลคริปโตของญี่ปุ่นและความคืบหน้าของ Stablecoin เงินเยนเป็นประเด็นระยะยาวที่ควรติดตาม บทความไม่ได้ระบุปัจจัยกระตุ้นตลาดในระยะสั้น
Neutral
Japan crypto regulationYen stablecoinsJPYCRWA tokenizationWeb3 funding

หุ้นสหรัฐฯ ในรูปแบบโทเคนเผชิญข้อคัดค้านจากผู้ออกหลักทรัพย์ 22 ราย ขณะที่แพลตฟอร์มซื้อขายสามแห่งเตรียมพร้อม

SEC ได้จัดทำช่องทางยกเว้นข้อกำหนดเป็นเวลาห้าปีสำหรับการซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ในรูปแบบโทเค็น แต่รูปแบบดังกล่าวยังไม่เปิดให้บริการ และกำลังเผชิญแรงต้านจากผู้ออกหลักทรัพย์และกลุ่มตลาดแบบดั้งเดิม บริษัทสามแห่งแจ้ง SEC ว่ามีแผนจะดำเนินแพลตฟอร์มซื้อขายหลักทรัพย์โทเค็น (TSV) ได้แก่ OKXICE, TSV LLC และ Kephas Corporation การมีชื่ออยู่ในรายชื่อของ SEC ไม่ได้หมายความว่าแพลตฟอร์มนั้นผ่านข้อกำหนดของการยกเว้นแล้ว OKXICE ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่ OKX และ ICE ถือหุ้นฝ่ายละ 50% วางแผนจะจดทะเบียนรหัสหุ้น 63 รายการ ณ วันที่ 24 ตุลาคม บริษัท 22 แห่งจากทั้งหมด 62 แห่งที่ได้รับแจ้งได้คัดค้าน ตามคำสั่งของ SEC หากผู้ออกหลักทรัพย์ยื่นคัดค้านอย่างถูกต้อง หุ้นของบริษัทนั้นจะไม่สามารถจดทะเบียนบนแพลตฟอร์มดังกล่าวได้ OKXICE ยังไม่ได้ประกาศวันเปิดตัวหรือค่าบริการ TSV LLC วางแผนใช้ Canton Network และระบุว่าจะสร้างโทเค็นหุ้นก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตโดยสมัครใจจากผู้ออกหลักทรัพย์ ส่วน Kephas ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Perpetuals.com วางแผนดำเนินงานบน Kronos X เครือข่าย Ethereum สาธารณะเลเยอร์ 2 ของตน ทั้งสองบริษัทยังไม่ได้ประกาศรายชื่อหุ้นเริ่มต้นหรือเริ่มซื้อขาย แพลตฟอร์มทั้งสามกำหนดให้ผู้ใช้ผ่านการยืนยันตัวตนตามหลัก KYC; กลุ่มสภาพคล่องสำหรับการซื้อขายที่เสนอไว้ใช้เหรียญ Stablecoin และเรียกเก็บค่าธรรมเนียม โดยจัดสรรส่วนหนึ่งให้แก่ผู้ให้บริการสภาพคล่อง การยกเว้นของ SEC มีระยะเวลาห้าปี แต่ Nasdaq, SIFMA และ Better Markets แสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อมูลตลาด ความยินยอมของผู้ออกหลักทรัพย์ และแนวทางการกำกับดูแล ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในรูปแบบโทเค็นยังไม่ผ่านการพิสูจน์ และทั้งกำหนดการเปิดตัวกับขอบเขตหลักทรัพย์ที่จะเปิดให้ซื้อขายยังไม่แน่นอน
Neutral
Tokenized StocksSECOKXStablecoinsDeFi

PEARL เผชิญความเสี่ยงครั้งใหญ่ด้านเงินเฟ้อ อุปสงค์ และความมั่นคง

Jake Koch-Gallup นักวิจัยจาก Blockworks มองว่าการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของ PEARL ยังไม่มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งรองรับ แม้จะใช้โมเดล Proof of Useful Work (PoUW) รูปแบบใหม่ ซึ่งนำการประมวลผลด้าน AI มาใช้ช่วยรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย เขาระบุความเสี่ยงสำคัญ 4 ประการสำหรับผู้ซื้อขาย PEARL ได้แก่ อุปทานโทเคนที่เพิ่มขึ้นราว 85% ต่อปีอาจสร้างแรงขายอย่างหนัก ลูกค้า AI ชำระเงินเป็นดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นความต้องการประมวลผลที่เพิ่มขึ้นอาจไม่ทำให้เกิดความต้องการ PEARL โดยตรง GPU สำหรับศูนย์ข้อมูลที่หาเช่าได้อย่างแพร่หลายอาจทำให้เครือข่ายเสี่ยงต่อการโจมตี 51% และการร่วงลงอย่างรุนแรงของราคา Zcash ในช่วงแรก ขณะที่อุปทานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นกรณีเตือนใจ บทความประเมินว่า มีการแจกจ่าย PEARL ที่ขุดได้ใหม่มูลค่าราว 2.2 ล้านดอลลาร์ต่อวัน เทียบกับปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่ประมาณ 8.5 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังระบุว่ามูลค่าตลาดของโทเคนเพิ่มขึ้นราวแปดเท่าจากจุดต่ำสุดในเดือนสิงหาคม และ Coinbase เพิ่ม PEARL เข้าไว้ในแผนการพิจารณาลิสต์เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม มุมมองเชิงบวกชี้ถึงเพดานอุปทานสูงสุดที่ 2.1 พันล้าน PEARL โอกาสที่นักขุด GPU จะมีรายได้สองทาง และทีมงานที่มีประวัติด้านวิชาการและประสบการณ์ในภาคเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์สรุปว่าเงินเฟ้อที่สูงและความต้องการโทเคนโดยตรงที่จำกัดอาจกดดันราคา PEARL แม้ตลาดจะยังคงมีความคึกคักในระยะสั้น
Bearish
PEARLProof of Useful WorkAI and cryptoToken inflationMining security

Samsung ส่ง HBM4 ให้ Nvidia พร้อมตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตชิปซ้อน 8 ชั้นในปี 2027

Samsung เริ่มจัดส่งหน่วยความจำ HBM4 แบบ 12 ชั้นให้ Nvidia ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 สำหรับตัวเร่งความเร็ว AI Vera Rubin โดยมีรายงานว่าทำความเร็วได้สูงสุด 11.7 Gbps นอกจากนี้ Samsung และ SK hynix กำลังเตรียม HBM4 แบบ 8 ชั้นสำหรับระบบ Rubin Ultra NVL ของ Nvidia โดยมีกำหนดเริ่มจัดส่งล็อตแรกในเดือนกุมภาพันธ์ และตั้งเป้าส่งมอบในปริมาณมากในไตรมาสที่สองของปี 2027 ชุดซ้อน HBM4 ที่สั้นลงอาจช่วยลดความร้อนและเพิ่มอัตราผลผลิตในการผลิต คาดว่า SK hynix จะจัดหา HBM4 ให้ Nvidia ราวสองในสาม ขณะที่อัตราผลผลิตที่มีรายงานของ Samsung อยู่ที่ประมาณ 80% และส่วนแบ่งตลาดของบริษัทอาจเพิ่มขึ้นถึง 28% หรือมากกว่า คาดว่าซัพพลายเออร์จากเกาหลีใต้ทั้งสองรายจะครองตลาด HBM4 มากกว่า 80% ภายในกลางปี 2027 การเพิ่มกำลังผลิตจะเป็นบททดสอบสำคัญด้านความสามารถในการจัดหาและการแข่งขันในห่วงโซ่อุปทานชิป AI
Neutral
HBM4NvidiaSamsungSK hynixAI semiconductors

Ultra Clean Holdings มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากการเติบโตของอุปกรณ์การผลิตเวเฟอร์ (WFE)

Ultra Clean Holdings (UCTT) ซึ่งเป็นผู้จัดหาระบบย่อยสำหรับจ่ายก๊าซและโมดูลแบบบูรณาการให้แก่ผู้ผลิตอุปกรณ์ผลิตเวเฟอร์ (WFE) อาจได้รับประโยชน์จากการใช้จ่ายด้านอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ที่ขยายตัว บทความระบุว่าตลาดที่สามารถเข้าถึงได้ทั้งหมด (TAM) ของอุปกรณ์ WFE คาดว่าจะมีมูลค่าเกิน 150,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 และมีการประเมินว่าสูงกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2027 เมื่อโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกเริ่มเปิดดำเนินงาน แม้ความผันผวนที่เกี่ยวข้องกับ AI จะส่งผลกดดันต่อ UCTT และภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่ผู้เขียนคาดว่าจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในช่วงปีหน้า เมื่อปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง แนวโน้มนี้เป็นมุมมองด้านการลงทุนของผู้เขียน ไม่ใช่การคาดการณ์ของบริษัท
Neutral
Ultra Clean HoldingsSemiconductor equipmentWafer fabricationAI volatilityWFE spending

Mk4 ถือสถานะ Long ใน NEAR มูลค่า 25 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรลอยตัวลดลงเหลือ 12.15 ล้านดอลลาร์

ตามรายงานของ Odaily เทรดเดอร์ Mk4 ถือสถานะซื้อ NEAR มูลค่ามากกว่า 25 ล้านดอลลาร์ โดยมีกำไรที่ยังไม่รับรู้ประมาณ 12.15 ล้านดอลลาร์ ซึ่งลดลงจากราว 20.88 ล้านดอลลาร์เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ตอนที่ NEAR ซื้อขายในราคาสูงกว่า นอกจากนี้ Mk4 ยังถือสถานะขายชอร์ตใน BTC, ETH, SOL, XRP, BNB, ADA และ AVAX รวมมูลค่า 13.1 ล้านดอลลาร์ ข้อมูลสถานะแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เทรดเดอร์รายหนึ่งมีต่อ NEAR และโทเคนหลักอื่น ๆ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าปิดสถานะเหล่านั้นแล้วหรือไม่ และไม่ได้บ่งชี้ถึงแนวโน้มโดยรวมของตลาด
Neutral
NEARCrypto tradingLong positionShort positionTrader positioning